ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทัวไป

โผล่อีก! ลูกสาววีรบุรุษติมอร์ร้องผู้พันคนดัง จ่ายหนี้ตามสัญญาศาล หลังค้างกว่า 1.2 แสนบาท

น.ส.ผาติกา ศรีสงคราม หรือ “กิ๊ฟ” อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นหมอนวดแผนไทยในพื้นที่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เข้าร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ขอความช่วยเหลือกรณีติดตามทวงถามหนี้แทนบิดา คือ ร.ต.สัมพันธ์ ศรีสงคราม อายุ 65 ปี อดีตนายทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 4 และอดีตกำลังพลไทยที่เข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออก เมื่อปี 2544

น.ส.ผาติกา อ้างว่า ระหว่างรับราชการ บิดาได้รับงานรับเหมาช่วงก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์ในพื้นที่อำเภอพรหมคีรี ซึ่งเป็นโครงการที่มีนายทหารระดับนายพันเป็นผู้รับเหมาหลัก แต่ภายหลังเกิดข้อพิพาทเรื่องการจ่ายค่าแรงคนงาน ทำให้บิดาต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดกว่า 400,000 บาท จนต้องลาออกจากราชการและนำเงินเก็บ รวมถึงเงินที่ได้รับจากการปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพ มาชำระค่าแรงให้คนงาน

ต่อมา บิดาได้ยื่นฟ้องบริษัทรับเหมาและผู้เกี่ยวข้องรวม 3 ราย ก่อนที่คดีจะเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยมีการทำสัญญาประนอมยอมความต่อหน้าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2562 จากยอดหนี้กว่า 400,000 บาท เหลือ 200,000 บาท โดยกำหนดให้ชำระเป็นงวด เริ่มงวดแรก 40,000 บาท และงวดถัดไปงวดละ 30,000 บาทจนกว่าจะครบ

อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องอ้างว่า คู่กรณีไม่ได้ชำระเงินตามเงื่อนไขในสัญญา โดยงวดแรกจ่ายล่าช้าและทยอยชำระเพียงครั้งละ 500-5,000 บาท ก่อนจะจ่ายครั้งสุดท้าย 2,000 บาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 รวมยอดชำระประมาณ 80,000 บาท คงเหลือหนี้อีกประมาณ 120,000 บาท และหลังจากนั้นไม่มีการชำระเพิ่มเติม

น.ส.ผาติกา เปิดเผยว่า ปัจจุบันบิดาอาศัยอยู่ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กับภรรยาใหม่และบุตรอีก 2 คน โดยเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์เล็ก ๆ แต่ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก เคยกู้หนี้นอกระบบ และยังประสบอุบัติเหตุจนเกิดแผลติดเชื้อบริเวณขาซ้าย ซึ่งแพทย์ระบุว่าอาจจำเป็นต้องตัดขา ส่งผลให้บิดามีความเครียดอย่างมาก

ผู้ร้องกล่าวทั้งน้ำตาว่า บิดาแทบไม่มีเงินรักษาพยาบาลหรือส่งลูกไปโรงเรียน จึงพยายามติดต่อคู่กรณีเพื่อขอให้ชำระหนี้ที่เหลือ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงตัดสินใจกู้เงินนอกระบบ 2,000 บาท เดินทางจากจังหวัดกระบี่มายังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามพบผู้ถูกกล่าวหา พร้อมขอให้ชำระหนี้ตามสัญญา แม้จะขอลดยอดคงเหลือเหลือเพียง 70,000-80,000 บาท แต่ไม่ได้รับการตอบสนองตามที่คาดหวัง

นอกจากนี้ น.ส.ผาติกา ยังวิงวอนให้ทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้าช่วยเหลือในการดำเนินคดี เนื่องจากไม่มีเงินว่าจ้างทนาย พร้อมระบุว่า หากสามารถติดตามหนี้คืนได้ ยินดีมอบค่าตอบแทนให้ผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือ

ด้าน “ช่างจุก ช่างฝ่าสิชล” ซึ่งเดินทางมาพร้อมผู้ร้อง เปิดเผยว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลเดียวกับที่ตนเคยมีข้อพิพาทเรื่องค่าแรงจำนวน 190,000 บาท โดยก่อนหน้านี้สามารถติดตามทวงคืนได้แล้ว 100,000 บาท เหลือยอดค้างอีก 90,000 บาท พร้อมระบุว่าจะร่วมกับ น.ส.ผาติกา ติดตามเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้ออกมาชี้แจงต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว และยังไม่มีคำชี้แจงจากบริษัทที่ถูกพาดพิง โดยข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่ระหว่างการกล่าวอ้างของฝ่ายผู้ร้องเรียน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิชี้แจงหรือแสดงพยานหลักฐานเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาตามกระบวนการกฎหมาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *