กมธ.กฎหมายฯ วุฒิสภา จัดสัมมนายกระดับการบังคับโทษทางอาญา ลดความแออัดเรือนจำ มุ่งคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้อง Grand Hall 2 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง “กระบวนการยุติธรรมกับประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา” โดยมี พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวเปิดการสัมมนา และนายสากล ภูลคิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง กล่าวรายงาน
ภายในงานมีคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษา นักวิชาการ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมราชทัณฑ์ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด และสภาทนายความ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมเข้าร่วมการสัมมนา
การสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นถึงทิศทางการบังคับโทษทางอาญาในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงการลงโทษด้วยการจำกัดเสรีภาพ แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูผู้กระทำความผิด เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้ รวมถึงการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม ระบบราชทัณฑ์ไทยยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาความแออัดในเรือนจำ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการควบคุมและดูแลผู้ต้องขัง ตลอดจนข้อจำกัดในการแยกผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาดอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและสถานที่
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงแนวคิดการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานราชทัณฑ์ ซึ่งมีประเด็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งข้อกฎหมาย ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และหลักมนุษยธรรม โดยกระบวนการยุติธรรมจำเป็นต้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจับกุม การสอบสวน การสั่งฟ้อง การพิพากษา ไปจนถึงขั้นตอนการบังคับโทษ

สำหรับการจัดสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหาแนวทางบริหารโทษอย่างเหมาะสม เท่าเทียม และสอดคล้องกับหลักสากล ซึ่งจะช่วยลดภาระของเรือนจำ และทำให้กรมราชทัณฑ์สามารถนำทรัพยากรไปใช้ในการฟื้นฟูผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การสัมมนามีการอภิปรายในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจำแนกผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีและผู้ต้องขังเด็ดขาด การบังคับโทษจำคุกและมาตรการทางเลือกแทนการจำคุก รวมถึงแนวทางการจัดตั้งเรือนจำเอกชนในประเทศไทย โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ข้อมูล พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถาม และเสนอแนะแนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพระบบการบังคับโทษทางอาญา และส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลต่อไป
