กมธ.กฎหมายฯ ศึกษาดูงานอุดรธานี เร่งหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพตำรวจ-ยกระดับการอำนวยความยุติธรรม
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 น. คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา นำโดย พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย นายสากล ภูลศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายเศก จุลเกษร เลขานุการคณะกรรมาธิการ และว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ รองโฆษกคณะกรรมาธิการ นำคณะที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของตำรวจ ณ ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี
ในการนี้ พล.ต.ต. ธวัชชัย ถุงเป้า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ. ณัฏฐพนธ์ พยอมใหม่ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน
ก่อนเริ่มการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 47 วินาที เพื่อแสดงความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาความเหมาะสม ปัญหา อุปสรรค และความจำเป็นในการยกระดับสถานีตำรวจภูธรสาขาให้เป็นสถานีตำรวจภูธรเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย การอำนวยความยุติธรรม และการให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบงานตำรวจให้สอดคล้องกับสภาพการณ์และความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มศักยภาพในการบริหารงานตำรวจ การยกระดับงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการให้บริการประชาชน โดยมีข้อเสนอให้ยกระดับสถานีตำรวจภูธรสาขาย่อย ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานีตำรวจขนาดกลาง ในสังกัดสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ให้เป็นสถานีตำรวจเต็มรูปแบบ ได้แก่ สถานีตำรวจภูธรสาขาย่อยห้วยหลวง สถานีตำรวจภูธรสาขาย่อยนาข่า และสถานีตำรวจภูธรสาขาย่อยโนนสูง
พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า การยกระดับสถานีตำรวจสาขาย่อยของสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการบริหารงาน การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการให้บริการประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรและภารกิจเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าด้านงบประมาณ ความจำเป็นของพื้นที่ ความพร้อมของสถานที่ ปริมาณคดี ตลอดจนประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและระบบงานตำรวจโดยรวม
ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ได้รับจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ไปประกอบการศึกษาพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจอย่างรอบด้าน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของวุฒิสภาและการพัฒนาระบบงานยุติธรรมของประเทศต่อไป
