ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทัวไป

สว.เศก จุลเกษร นำประชุม อนุ กมธ.กฎหมาย ศึกษาแนวทางป้องกันการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 405 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการการกฎหมาย ในคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ได้ประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ โดยมี นายเศก จุลเกษร ประธานคณะอนุกรรมาธิการการกฎหมาย เป็นประธานการประชุม

ที่ประชุมได้หยิบยกปัญหาการให้ความเห็นหรือการวิเคราะห์คดีผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะจากอินฟลูเอนเซอร์และผู้มีความรู้ด้านกฎหมาย ซึ่งอาจมีลักษณะชี้นำความคิดเห็นของสาธารณชนเกี่ยวกับข้อกฎหมายหรือทิศทางของคดี อันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ในการประชุม คณะอนุกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทาง มาตรการ และระเบียบการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ และการสื่อสารต่อสาธารณะของบุคลากรในองค์กร เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อสิทธิของประชาชนและกระบวนการยุติธรรม

ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรมชี้แจงว่า ได้มี ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการให้ข่าวและบริการข่าวสารของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2545 กำหนดผู้มีอำนาจในการให้ข่าวไว้อย่างชัดเจน พร้อมห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาพิพากษาคดี รวมถึงมีหนังสือเวียนกำชับให้บุคลากรในสังกัดใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อความ รูปภาพ คลิปวิดีโอ และข้อมูลข่าวสารของทางราชการ โดยให้คำนึงถึงความถูกต้อง ความครบถ้วน ไม่กระทบต่อการพิจารณาคดี และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด

ด้านสำนักงานอัยการสูงสุดระบุว่า ได้กำหนดแนวทางการให้ข่าวในลักษณะเดียวกัน โดยมีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจไปยังหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้ปฏิบัติตาม ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการให้ข่าวและบริการข่าวสาร พ.ศ. 2564 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่อยู่ระหว่างการสั่งคดีหรือดำเนินคดี ซึ่งผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ให้ข่าว หากฝ่าฝืนอาจถือเป็นความผิดทางวินัย

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้แสดงความกังวลว่า ระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้ว ซึ่งยังคงออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับคดีผ่านสื่อในบางกรณี จึงเห็นควรนำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประกอบการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *