“หัวแดง” อดีตนักมวยดัง โต้ข่าวแก๊งอุ้มตำรวจ ชี้ชกด้วยหมัดล้วน ไม่เกี่ยวปืน M16 แฉร้านคาราโอเกะเป็นของตำรวจ เปิดเกินเวลา–มีเด็กต่ำกว่าเกณฑ์
(16 ม.ค.) นายธณวัฎ หรือหัวแดง อายุ 37 ปี เสี่ยหนุ่มเจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังในจังหวัดศรีธรรมราช เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีมีการเผยแพร่ข่าวมางโซเชี่ยลงระบุว่า “อิทธิพลอยู่เหนือกฎหมาย คนร้าย 6 คน ใช้ M.16 จี้หัวตำรวจพัทลุง ก่อนอุ้มไปซ้อมอาการปางตาย ตำรวจกลัวเสียหน้าผู้บังคับบัญชาสั่งปิดข่าวเงียบ เหตุเกิด ต.ปรางหมู่ อ.เมืองพัทลุง ซึ่งต่อมาในวันเดียวกัน พ.ต.ท.วิรัตน์ จีนเมือง รอง ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง หน.ชุด ชปส.ภ.จว.พัทลุง เจ้าพนักงาน ปปส. ร.ต.อ.ภควัฒน์ สงสม รอง สว.สส.ภ.จว.พัทลุง นำกำลังเข้าค้นขนำ ในพื้นที่หมู่ 5 ต.ปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง จับกุมตัวนายปรีชา หรือแว็ก อายุ 54 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนออโตเมติกขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนในแม็กกาซีน 13 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 20 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก โดยระบุว่าสืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา นายปรีชา พร้อมพวกอีก 6 คน ประกอบด้วย 1.นายจลาธร อายุ 44 ปี 2.นายปภังกร อายุ 23 ปี 3.นายจิระคร อายุ 18 ปี 4.นายธณวัฎ อายุ 37 ปี 5.นายชลธาร อายุ 20 ปี และ 6.นายเอฟ ได้เข้าไปร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งเพื่อจะนั่งดื่มกิน แต่ว่าขณะนั้นร้านปิดแล้ว

จึงไม่สามารถให้นั่งได้กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงไม่พอใจ หนึ่งในนั้นได้เริ่มผลักเด็กเสิร์ฟ จากนั้น นายกิตติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ตำรวจ ตชด.434 พัทลุง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านจึงเดินมาสอบถามเรื่องราว ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่พอใจรุมทำร้าย นายกิตติศักดิ์ โดยหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุเดินออกไปจากร้านแล้วกลับเข้ามาพร้อมปืนเอ็ม 16 แต่มีลูกค้าในร้านช่วยเข้ามาห้ามไว้ นอกจากนี้หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุยังได้ดึงกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ภายในร้านไปด้วย ก่อนจะพากันขับรถหลบหนีไป ก่อนที่คนในร้านจะช่วยกันพาตัว นายกิตติศักดิ์ ไปส่ง รพ.พัทลุง ซึ่ง นายกิตติศักดิ์ ให้การว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ นายปรีชา จึงนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว โดยนายธณวัฎ หรือหัวแดง ให้การอ้างว่า ตนพร้อมพวกรวม 8 คนไปร่วมงานวันเกิดนายปรีชา โดยตนเดินทางไปคนเดียวจากจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังเลิกจากร้านแรกก็จะไปต่อที่ร้านคาราโอเกะ

เนื่องจากพรรคพวกต้องการไปเที่ยวผู้หญิง จากนั้นนายปรีชา เดินเข้าไปคุยกับเจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิงเรื่องซื้อบริการทางเพศ ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่า เด็กหลับหมดแล้ว เดี่ยวจะเรียกมาให้จะเอาค้างคืนหรือชั่วคราว นายปรีชา จึงถามว่าเด็กอยู่ที่ไหน เจ้าของร้านบอกเป็นความลับของร้านบอกไม่ได้ จนกระทั้งนายปรีชา เกิดมีปากเสียงกับเจ้าของร้านผู้หญิง ที่มาเสนอขายบริการทางเพศ จนนายปรีชา และพวกของตนเดินหนีออกไปนอกร้าน แต่ตนยังอยู่ในร้าน ในขณะนั้นได้มีตำรวจที่เป็นเจ้าของร้านตัวจริงเดินมามีอาหารมึนเมา และทำท่าชักปืนขู่ จะยิงให้ตาย และตะโกนด่าทอสารพัด ตนยกมือไหว้ และชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเดินเข้าไปประชิดตัวเพราะหากอยู่ห่างกลัวจะถูกยิงได้ง่าย ๆทำให้ถูกตำรวจเจ้าของต่อยเข้าบริเวณเบ้าตาและคิ้วซ้าย ตนจึงชกต่อยสวนออกไปหลายหมัดจนตำรวจเจ้าของร้านสลบคาที่ หลังจากนั้นก็พากันออกมาจากร้านแยกย้ายกันกลับบ้าน และตนไป รพ.พบว่าคิ้วเละเบ้าตาบวมเบ่งยังปรากฏชัดเจนจนถึงขณะนี้ ส่วนที่มีคนบอกว่าพวกตนใช้ปืนเอ็ม 16 จี้ตำรวจนั้นไม่เป็นความจริง นายธณวัฎ หรือหัวแดง กล่าวว่า ในอดีตตนเป็นนักมวยชื่อดังมีประสบการณ์บนเวทีมาแล้ว 60-70 ครั้งในชื่อ “โรเบิร์ตน้อย ศ.สุนันทา เรื่องการชกต่อยตนถือเป็นเรื่องธรรมดาของลูกผู้ชาย แต่ตนมาทราบว่าทางฝ่ายตำรวจ ตชด.434 จ.พัทลุง ซึ่งเจ้าของร้านตัวจริงที่ชกต่อยกับตน และถูกตนต่อยจนสลบได้ไปแจ้งความที่ สภ.พัทลุง ซึ่งให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเป็นเท็จเกือบทั้งหมด ตนจึงพร้อมนายความเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.พัทลุง และแจ้งความกลับ

จนกระทั้งมีการออกหมายเรียกตนพร้อมพวก 6 คนและตำรวจบุกตรวจค้นบ้านนายปรีชา หรือแว็ก อายุ 54 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนออโตเมติกขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนในแม็กกาซีน 13 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 20 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก “ตนยืนยันว่าตนและพวกได้ไม่ได้พกพาอาวุธปืนบุกไปจับตำรวจในร้านและซ้อมจนสลบ ซึ่งตำรวจตั้งข้อหา 1 ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น 2. ร่วมกันพกพาอาวุธปีน 3 ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ ไม่เป็นความจริงเลย เรื่องจริงคือมีปากเสียงกันในการต่อรองเรื่องการขายบริการทางเพศ และตอนที่ตนชกต่อยกับตำรวจเจ้าของร้านนั้นภายในร้านมีเฉพาะตนกับตำรวจเท่านั้น ส่วนคนอื่น ๆ อยู่นอกร้าน พนักงานของร้านของวิ่งหนีไปหมดแล้ว ตนไม่มีเรื่องอาวุธปืนตามที่เป็นข่าว คนที่มีปืนคงเป็นตำรวจเจ้าของร้าน ส่วนตนชกด้วยหมัดล้วน ๆ เขาจะตั้งข้อหาอะไรตนพร้อมสู้คดีและพร้อมไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ส่วนนายปรีชา และพวกอีก 5-6 คนเขาจะมีปืนหรือพกพาไปด้วยหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่สำหรับตนมีแค่หมัดล้วน ๆ” อดีตนักมวยชื่อดังกล่าวอีกว่า ตนขอเรียกร้องความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนด้วย และมีข้อสังเกตุในเรื่องนี้คือร้านคาราโอเกะ เจ้าของเป็นตำรวจร่วมลงหุ้นกัน 3-4 คน ตำรวจบางนายเป็นคนสนิทของนายตำรวจระดับนายพล และเปิดร้านคาราโอเกะให้บริการเกินเวลาจนถึงตี 3 ตี 4 ได้อย่างไร และยังปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดเข้าไปใช้บริการได้อย่างไร เฉพาะที่ไปกับตนมีเด็กอายุ 18 ปี 1 คน และ 16 ปีอีก 2 คน ที่สำคัญมีการขายบริการทางเพศด้วย ผู้ประกอบการทั่วไปคงไม่มีใครสามารถเปิดให้บริหารลักษณะนี้ได้ แต่เป็นเพราะร้านแห่งนี้เป็นของตำรวจใช่หรือไม่ ตนพร้อมสู้คดีจนถึงที่สุดและจะไม่ยอมให้ตำรวจมาใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกประชาชนอีกต่อไป

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช 16 ม.ค.2569