ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทัวไป

กมธ.งบประมาณ วุฒิสภา เร่งติดตามการก่อสร้าง R12 ช่วงเมืองท่าแขก-จุดผ่านแดนนาเพ้า สปป.ลาว หลังพบการเบิกจ่ายล่าช้าเพียง 11.12% หวั่นกระทบต้นทุนและระยะเวลาขนส่งสินค้าไทย

วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา นำโดย นายสิทธิกร ธงยศ เลขานุการคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา แถลงข่าวเรื่อง “ติดตามการดำเนินการก่อสร้างถนน R12 สปป.ลาว ท่าแขก-ด่านนาข้าว ซึ่งรัฐบาลไทยได้ออกเงินกู้ให้ สปป.ลาว” ซึ่งโครงการปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 12 (R12) ช่วงเมืองท่าแขก-จุดผ่านแดนนาเพ้า สปป.ลาว ระยะทางประมาณ 147 กิโลเมตร เป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานถนนทางหลวงสายสำคัญที่เชื่อมโยง 3 ประเทศ (ไทย-ลาว-เวียดนาม) และเชื่อมต่อไปยังจีนตอนใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงผิวจราจรให้เป็นถนนลาดยาง/คอนกรีตที่ได้มาตรฐาน

เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะเวลาและต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจ กับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) หรือ NEDA ปล่อยกู้เงินจำนวน 1,833 ล้านบาท แบ่งออกเป็นวงเงินให้กู้ 1,742,684,000 บาท (จากแหล่งเงินงบประมาณ 50% และเงินกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ 50%) และวงเงินให้เปล่า 91,063,000 บาท ดังนั้น กมธ.จึงได้เชิญ NEDA เข้าชี้แจงข้อมูลโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จากการชี้แจงพบว่า แม้โครงการจะลงนามสัญญาก่อสร้างตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 และกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 30 เดือน แต่ปัจจุบันมีการเบิกจ่ายงบประมาณเพียงร้อยละ 11.12 ทำให้ กมธ.มีความกังวลว่าอาจส่งผลให้โครงการล่าช้าและไม่แล้วเสร็จตามเป้าหมาย ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวจะส่งผลทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบการขนส่งสินค้าเป็นอย่างมาก

โดยข้อมูลจากกรมศุลกากรระบุว่า ในปี 2569 มีรถบรรทุกสินค้าผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 จังหวัดนครพนม เพียง 7,911 คัน ซึ่งลดลงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีรถบรรทุกสินค้าเกือบ 100,000 คัน สะท้อนว่าผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถใช้เส้นทาง R12 ได้ตามปกติ และต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทาง R9 ผ่านจังหวัดมุกดาหารแทน ซึ่งมีระยะทางไกลขึ้น ทำให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์และระยะเวลาการขนส่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จึงตั้งข้อสังเกตและขอให้ NEDA เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและติดตามความก้าวหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนและแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด อีกทั้งยังช่วยลดภาระของผู้ประกอบการและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งของประเทศในระยะยาวด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *