ปลุกชีพ “น้ำตกพลิ้ว” หลังยอดนักท่องเที่ยวลด! หัวหน้าอุทยานฯ คนใหม่กางแผนพัฒนา 3 ด้าน ชูธรรมชาติ–ประวัติศาสตร์–สายมู ดึงนักท่องเที่ยวคืนจันทบุรี
นายพีรธัช ชัยศาสตร์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนาอุทยานฯ ภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า น้ำตกพลิ้วเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างมาก แต่จากการติดตามสถิตินักท่องเที่ยวทั้งรายเดือนและรายปี พบว่าปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงจำเป็นต้องปรับแนวทางบริหารจัดการและสร้างจุดดึงดูดใหม่ เพื่อฟื้นฟูความคึกคักให้กลับคืนมา
สำหรับแผนพัฒนาสำคัญจะมุ่งเน้น 3 ด้าน ได้แก่
-
พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน มีความทันสมัย ปลอดภัย และกลมกลืนกับธรรมชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ
-
ยกระดับการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ และนำวัสดุที่สามารถใช้ประโยชน์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า
-
นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้บริหารจัดการ พัฒนาระบบให้บริการและจัดเก็บรายได้ให้มีความสะดวก รวดเร็ว ตรวจสอบได้ และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน นายพีรธัชกล่าวว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอาจมาจากความอิ่มตัวของแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่เคยเป็นเอกลักษณ์สำคัญของน้ำตกพลิ้ว โดยเฉพาะกิจกรรมให้อาหารปลาพวง ซึ่งในอดีตเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวจดจำได้ดี จนมีคำกล่าวว่า “มีพลิ้วต้องมีพวง” แต่ปัจจุบันมีข้อกำหนดห้ามให้อาหารสัตว์ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้เช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม อุทยานฯ มีแนวคิดศึกษาความเป็นไปได้ในการนำกิจกรรมให้อาหารปลาพวงกลับมา ภายใต้เงื่อนไขและมาตรการควบคุมที่เหมาะสม ทั้งการกำหนดพื้นที่ ช่วงเวลา ความถี่ และชนิดอาหาร โดยมีข้อเสนอให้พิจารณาใช้ถั่วออร์แกนิกจากชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและกระจายรายได้สู่ประชาชนรอบอุทยานฯ ทั้งนี้ ต้องผ่านการพิจารณาตามกฎหมายและได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังเตรียมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้จัก โดยเฉพาะศาลเจ้าพ่อเขาสระบาป สถานที่ที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความเคารพศรัทธา รวมถึงสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นทางประวัติศาสตร์ภายในอุทยานฯ
นายพีรธัชระบุว่า สถานที่ทั้งสองแห่งมีศักยภาพในการต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวสายมูที่นิยมเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งด้านการงาน ธุรกิจ การค้าขาย และความรัก ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวได้ โดยเป็นไปตามความเชื่อส่วนบุคคล

อีกหนึ่งจุดเด่นทางธรรมชาติที่เตรียมส่งเสริมคือ “ตะกอง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ลั้ง” สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่พบได้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว โดยมีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการปรากฏตัวของนักท่องเที่ยว ทำให้สามารถพบเห็นและถ่ายภาพได้ในระยะที่เหมาะสม จึงมีโอกาสพัฒนาเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและไม่รบกวนสัตว์ป่า
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วย้ำว่า การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กลับมาสัมผัสความงดงามของน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งยังคงมีเสน่ห์ทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชุมชนที่รอให้ค้นพบอีกมากมาย
