ผู้ตรวจการแผ่นดินลุยตรวจ “อาณาจักรช่องเขา” พบประปาภูเขาสุดพิสดาร! ท่อเหล็ก 12–18 นิ้วหาย ใช้ PVC 3 นิ้วแทน แถมลอบติดวาล์วสูบน้ำรดสวน
จากกรณีที่ ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ ได้เดินทางลงตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีการบุกรุกก่อสร้าง “อาณาจักรช่องเขา” ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาตามเรื่องร้องเรียน การบุกรุกที่สาธารณะสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน ร่วมกับนายอนันต์ ด่านสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งสง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง รวมทั้งกรณีร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำโยง และเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
จากการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ “พรุมัด” และป่าถาวรอย่างมโหฬาร โดยมีทั้งการทำกิจการบ่อดิน การสร้างถนน และการทำสวนทุเรียน จึงมีการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งความดำเนินคดีกับนายทุนผู้บุกรุกตามกฎหมาย
นอกจากนี้ คณะผู้ตรวจฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีระบบน้ำประปาของตำบลถ้ำใหญ่ ซึ่งใช้แหล่งน้ำดิบจากบริเวณน้ำตกปลิว พบว่าท่อเหล็กขนาดใหญ่หายไปในช่วงกลางทางก่อนถึงประปาหมู่บ้าน โดยท่อที่หายไปมีความยาวประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบและได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่าท่อประปาดังกล่าวเลิกใช้มานานแล้ว และมีการนำท่อ PVC ขนาด 3 นิ้วมาใช้แทนจากบริเวณฝายพักน้ำด้านล่างแทนระบบเดิม ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะนำไปประกอบการพิจารณาวินิจฉัยตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านหมู่ 3 และหมู่ 9 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างหนัก โดยนอกจากปัญหาท่อเหล็กขนาดใหญ่ที่หายไป ซึ่งทำให้ระบบเดิมใช้งานไม่ได้แล้ว การนำท่อ PVC ขนาด 3 นิ้วมาต่อจากฝายพักน้ำด้านล่างยังทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการของชาวบ้าน
ชาวบ้านผู้ร้องเรียนได้ถ่ายภาพและคลิปวิดีโอระบบประปาน้ำตกปลิว ซึ่งเป็นของเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมยืนยันว่าปัญหาน้ำไม่พอใช้นอกจากเกิดจากท่อเหล็กขนาดใหญ่ประมาณ 12–18 นิ้วหายไปแล้ว ยังมีการลักลอบตัดต่อท่อเมนและติดตั้งวาล์วเปิด–ปิดน้ำ เพื่อนำน้ำไปใช้ในอาณาจักรส่วนตัวสำหรับรดสวนทุเรียนและพืชผลทางการเกษตร เมื่อจะใช้น้ำก็เพียงหมุนวาล์วก็สามารถใช้น้ำได้อย่างสะดวก ขณะที่ชาวบ้านด้านล่างกลับขาดแคลนน้ำอย่างหนัก จากการตรวจสอบยังพบวาล์วเปิด–ปิดน้ำจากท่อเมนตามที่ชาวบ้านร้องเรียนอยู่บริเวณหน้าบ้านข้าราชการครูรายหนึ่ง

ชาวบ้านกล่าวว่า เดิมระบบประปาเป็นท่อเหล็กขนาดใหญ่ประมาณ 12–18 นิ้ว ต่อจากน้ำตกปลิวชั้น 2 ซึ่งมีน้ำตลอดทั้งปี น้ำไหลแรงและเพียงพอต่อการใช้งานทุกครัวเรือน แต่ปัจจุบันมีการตัดท่อเหล็กออกและใช้ท่อ PVC ขนาด 3 นิ้วแทน อีกทั้งไม่ได้ต่อจากน้ำตกปลิวชั้น 2 แต่ไปต่อจากฝายดักโคลนและสิ่งปฏิกูลด้านล่าง ซึ่งผิดหลักการของระบบประปาภูเขาอย่างสิ้นเชิง โดยตลอดระยะเวลา 30–40 ปีที่ผ่านมา ระบบประปาภูเขาน้ำตกปลิวไม่เคยได้รับการปรับปรุงพัฒนาให้ได้มาตรฐาน มีเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้ชาวบ้านด้านล่างต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปีแล้ว

“ทางเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรใช้งบประมาณพัฒนาระบบประปาภูเขาน้ำตกปลิว โดยเริ่มจากน้ำตกปลิวชั้น 2 ซึ่งมีน้ำเพียงพอและไหลแรง ก่อสร้างให้มั่นคงตามหลักระบบประปาภูเขา เชื่อว่าจะสามารถมีน้ำใช้ได้ทั่วถึงทุกหมู่บ้าน แต่กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ แก้ไขปัญหา กลับแก้ปัญหาเฉพาะของตนเองและพวกพ้อง ไม่สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้าน เมื่อสอบถามไปยังผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจก็ไม่ได้รับคำตอบ มีเพียงลูกน้องออกมาชี้แจงว่าท่อแตกหรือมีทรายอุดตัน ทั้งที่ใช้งบประมาณเพียงไม่กี่แสนบาทก็แก้ไขได้ แต่กลับนำงบประมาณไปตัดถนนเข้าสวนทุเรียนของตัวเอง” ชาวบ้านระบุ
อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังพบการกระทำความผิดที่อาจเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ในกรณีโครงการป้องกันดินไลด์ช่องเขา มูลค่าหลายสิบล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ตลอดแนวภูเขา โดยก่อนหน้านี้ผู้ที่ขับรถผ่านถนนสายเอเชีย 41 ต.ถ้ำใหญ่ จะเห็นแนวโครงการชัดเจนตลอดแนวภูเขา แต่ปรากฏว่าจู่ ๆ โครงการดังกล่าวถูกขุดรื้อหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ เสมือนภูเขาหายไปทั้งลูก

ขณะนี้คณะผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ระหว่างเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงและตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนสรุปผลและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป โดยความคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป

ไพฑูรย์ อินทศิลา / นครศรีธรรมราช
11 พ.ค. 2569