“นิรุตติ” ชูแลนด์บริดจ์จุดเปลี่ยนแรงงานไทยมั่นใจเกิดอาชีพใหม่ค่าแรงสูงขึ้น
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 ณ ห้องประชุมวุฒิสภา ดร.นิรุตติ สุทธินนท์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดระนอง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ได้ร่วมอภิปรายเสนอข้อคิดเห็นในญัตติขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมี นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร เป็นผู้เสนอ
ดร.นิรุตติ เห็นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา คือ “โครงการนี้จะเปลี่ยนชีวิตแรงงานไทยจากแรงงานไร้ทักษะ ไปสู่แรงงานที่ใช้ทักษะสูง” แลนด์บริดจ์จะสร้างการเปลี่ยนผ่านของแรงงานครั้งใหญ่ จากคนควบคุมเครื่องจักรพื้นฐานทั่วไป สู่ผู้ควบคุมระบบอัตโนมัติ โลจิสติกส์อัจฉริยะ และระบบดิจิทัลสมัยใหม่

จะเกิดอาชีพใหม่จำนวนมาก ทั้งวิศวกรรมระบบขนส่ง ช่างซ่อมบำรุงระบบอัตโนมัติ ธุรกิจต่อเรือและซ่อมเรือ และโลจิสติกส์ดิจิทัล ทั้งหมดนี้หมายถึง “ค่าแรงที่สูงขึ้น” “ทักษะที่ดีขึ้น” และ “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” สำหรับพี่น้องแรงงานไทย โดยเฉพาะแรงงานในภาคใต้และภาคตะวันออกที่จะเชื่อมถึงกันผ่านระบบโลจิสติกส์นี้ทันที
ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ จะนำมาซึ่งการฝึกอบรมอาชีพเฉพาะทาง การถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการเคลื่อนย้าย รวมถึงการกระจายรายได้ไปสู่คนในภูมิภาคอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
กระผมเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นคนระนอง ศึกษา เติบโต และใช้ชีวิตที่ระนองมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นและคิดถึงลูกหลานในอนาคต ผมเข้าใจดีถึงความกังวลของพี่น้องชาวระนองและคนใต้ ทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ดิน และวิถีชีวิต กระผมไม่ได้มองข้ามเรื่องเหล่านี้ แต่กระผมต้องถามกลับด้วยความจริงใจว่า… เราจะยอมให้ระนอง ชุมพร ยอมให้คนภาคใต้ และยอมให้คนไทยทั้งประเทศ “พลาดโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิต” แบบนี้ไปอีกสักกี่ครั้ง อย่างนั้นจริงหรือ

ระนองมีท่าเรือน้ำลึกที่พร้อมพัฒนา มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีที่ตั้งที่ได้เปรียบ แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา คนระนองยังคงเป็นเพียง “ผู้รอดู” ในขณะที่ภูมิภาคอื่นก้าวไปข้างหน้า ถึงเวลาแล้วครับที่ระนองจะได้รับโอกาสนี้ และถึงเวลาแล้วที่คนภาคใต้จะ “ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” อีกต่อไป
แนวทางที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การหยุดโครงการหรือชะลอโครงการ แต่คือการทำให้โครงการนี้ “โปร่งใส คุ้มค่า เป็นธรรม และมีธรรมาภิบาล” พร้อมกับรับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงและรอบด้าน
