“อนุทิน” ฟันธง! พระบรมธาตุนครฯ มรดกโลก 100% รุดแห่ผ้าขึ้นธาตุกลางดึก บนบานด้วยตัวเอง
(11 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. ของคืนวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีจากหลายกรม และหัวหน้าส่วนราชการจากส่วนกลาง เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวมายังท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช
การเดินทางครั้งนี้ นายอนุทินมีกำหนดเป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่แคล้ว ละอองแก้ว อายุ 83 ปี มารดาของนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมีนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัด ภาคใต้ และส่วนกลาง ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่พระเทพสิริวชิรเวที ดร. เจ้าคณะภาค 16 (ธรรมยุต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสวดพระอภิธรรม นายอนุทินได้แจ้งความประสงค์เข้ากราบสักการะองค์พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นกรณีพิเศษ เพื่อบนบานบอกกล่าวต่อองค์พระบรมธาตุด้วยตนเอง ถึงความคืบหน้าโครงการผลักดันพระบรมธาตุเจดีย์สู่การเป็นมรดกโลก ซึ่งองค์การยูเนสโกมีกำหนดพิจารณาและประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569
จากนั้น นายอนุทินพร้อมคณะ และนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินเท้าจากศาลา 100 ปี ไปยังองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ระยะทางประมาณ 300 เมตร เข้าสู่วิหารพระม้า ซึ่งเป็นทางขึ้นสู่ลานประทักษิณรอบองค์พระบรมธาตุ โดยมีพระเทพสิริวชิรเวที และพระครูสิริวัณณาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอร่อนพิบูลย์ นำคณะสงฆ์ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงและสักการะองค์พระบรมธาตุ

หลังเสร็จพิธี นายอนุทินและคณะได้ร่วมประกอบพิธี “แห่ผ้าขึ้นธาตุ” เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการประกอบพิธีดังกล่าวในช่วงเวลากลางคืน โดยผู้ร่วมพิธีได้เวียนประทักษิณรอบองค์พระบรมธาตุ 3 รอบ ก่อนนำผ้าเหลืองขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธา
ก่อนขึ้นร่วมพิธี ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความคืบหน้าโครงการพระบรมธาตุสู่มรดกโลก โดยนายอนุทินกล่าวด้วยความมั่นใจว่า
“ได้แน่นอน พระบรมธาตุมรดกโลก ได้ ได้ ได้สิ”
ต่อมาเมื่อถูกสอบถามย้ำถึงโอกาสผ่านการพิจารณาของยูเนสโก นายอนุทินกล่าวว่า
“แน่นอนอยู่แล้ว พระบรมธาตุมรดกโลกแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ ผมไปฝรั่งเศสด้วยตัวเอง เพิ่งกลับมา คุยกันเสร็จหมดแล้ว”
คำยืนยันดังกล่าวสร้างความยินดีให้กับผู้ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้นำวัตถุมงคล “จตุคาม-รามเทพ” รุ่นแรก จากการจัดสร้างศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ที่ห้อยติดตัวอยู่เป็นประจำ ออกมายกเหนือศีรษะ ก่อนนำไปแตะองค์พระบรมธาตุเจดีย์ พร้อมก้มศีรษะอธิษฐานเป็นเวลานานกว่า 1 นาที

ในโอกาสเดียวกัน พระเทพสิริวชิรเวที และพระครูสิริวัณณาภรณ์ ได้มอบหัวนะโมและสีผึ้งหัวนะโม ซึ่งเป็นของดีเมืองนครศรีธรรมราช ให้แก่นายอนุทิน พร้อมเสนอให้รับเป็นประธานจัดสร้างพระพุทธสิหิงค์ รุ่น “พระบรมธาตุมรดกโลก” ซึ่งตั้งเป้าจัดสร้างองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ภายหลังยูเนสโกประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ โดยนายอนุทินรับปากจะพิจารณาดำเนินการเมื่อการขึ้นทะเบียนแล้วเสร็จ
ภายหลังพิธี นายอนุทินได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณบันไดทางขึ้นองค์พระบรมธาตุ ก่อนเดินลงมายังลานวิหารพระม้า และกล่าวกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า
“พระธาตุมรดกโลก”
จากนั้นยังได้เดินทางไปยังวิหารพระเขียน เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา ซึ่งเคยอัญเชิญมาประดิษฐานชั่วคราวที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนอัญเชิญมาประดิษฐานถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนเดินทางกลับ นายอนุทินพร้อมคณะได้ร่วมถ่ายภาพหมู่บริเวณลานหาดทรายแก้ว โดยมีองค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นฉากหลัง ก่อนเดินทางไปรับประทานอาหาร และมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพมหานครต่อไป

ไพฑูรย์ อินทศิลา / นครศรีธรรมราช
11 มิถุนายน 2569