กมธ.แรงงาน ชูแนวคิดปรับโครงสร้างประกันสังคม สร้างความมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ซึ่งมีนายนิรุตติ สุทธินนท์ เป็นประธานการประชุม ได้มีมติเห็นชอบให้จัดการสัมมนาเรื่อง “การปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม” เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างการบริหารและการจัดการกองทุนประกันสังคม ให้มีความมั่นคง มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความยั่งยืน
ทั้งนี้ หลังจากได้ข้อสรุปจากการสัมมนาแล้ว คณะกรรมาธิการจะรวบรวมข้อเสนอเพื่อส่งต่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการในลำดับต่อไป
สำหรับการสัมมนาดังกล่าว กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมปริ๊นซ์ตัน กรุงเทพฯ ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 400 คน ประกอบด้วย คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และนักวิชาการ
ในการสัมมนา นายนิรุตติ สุทธินนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จะเป็นประธานเปิดงาน ขณะที่นายชินโชติ แสงสังข์ รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน คนที่หนึ่ง และประธานคณะอนุกรรมาธิการแรงงานและประกันสังคม วุฒิสภา จะร่วมอภิปรายในหัวข้อทิศทางการปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม
นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานะของสำนักงานประกันสังคม ความจำเป็นของระบบประกันสังคมต่อแรงงานนอกระบบ ตลอดจนทางเลือกใหม่ในการบริหารกองทุนประกันสังคมในอนาคต
โดยมีนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ ร่วมด้วยวิทยากรจากหลายภาคส่วน ได้แก่ นางอรทัย อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานประกันสังคม นายชนิสร์ คล้ายสังข์ กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นางสาวณฐิณี สงกุมาร รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และนายธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
ขณะเดียวกัน ยังมีการอภิปรายในมุมมองของนายจ้าง ผู้ประกันตน และภาคประชาสังคม เกี่ยวกับประเด็นการออกนอกระบบประกันสังคม รวมถึงแนวทางการปรับโครงสร้างเพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ
