Skip to content
วันพุธที่ 11 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 330 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการการกฎหมาย ในคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรมและสังคมในปัจจุบัน รวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสำคัญเพื่ออำนวยความยุติธรรม เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และลดภาระของประชาชน
โดยมีนายเศก จุลเกษร ประธานคณะอนุกรรมาธิการการกฎหมาย เป็นประธานการประชุม
ในการประชุมครั้งนี้ มีวาระสำคัญในการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการสร้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเน้นศึกษากรณีทนายความ ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Influencer) และผู้สร้างเนื้อหา (Content Creator) เพื่อวางกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม และรักษาสมดุลระหว่างสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการได้เชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอมผกา เตชะอภัยคุณ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับแนวทางและมาตรการของต่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นผู้ควบคุมระบบอัลกอริทึม (Algorithm) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการคัดสรร นำส่ง และผลักดันเนื้อหาให้กลายเป็นกระแสไวรัล ต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม
หนึ่งในแนวทางที่มีการหารือ คือ การจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเป็นการชั่วคราว แทนการลบทิ้ง เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวยังคงถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานสำหรับใช้ในกระบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวทางระงับการสร้างรายได้ เพื่อปิดช่องทางการได้รับเงินสนับสนุนจากคลิปหรือเนื้อหาที่เป็นปัญหา อันเป็นมาตรการหนึ่งในการยับยั้งพฤติกรรมการเรียกร้องความสนใจผ่านการสร้างกระแสดราม่า
ขณะเดียวกัน อาจกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งลิงก์ข้อมูลหรือคำแถลงข้อเท็จจริงจากหน่วยงานรัฐไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่เคยได้รับข้อมูลบิดเบือน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลสามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการกำหนดโทษปรับทางแพ่ง หรือการปรับตามสัดส่วนรายได้ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและน้ำหนักในการบังคับใช้กฎหมาย
คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า ปัญหาการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับบุคคลในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องศึกษาแนวทางอย่างรอบด้าน ทั้งในส่วนของผู้ผลิตเนื้อหา ผู้เผยแพร่ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
จากนี้ คณะอนุกรรมาธิการจะเชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาเพิ่มเติม ก่อนจัดทำรายงานผลการพิจารณา พร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เสนอต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม เพื่อพิจารณาและนำเสนอต่อวุฒิสภาต่อไป
