ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทัวไป

ดร.ศิริโรจน์ แห่ง CSMJ เตือนผู้ส่งออกไทย รับมือ “EU Greenwashing” เปลี่ยนจาก “คำโฆษณา” สู่ “หลักฐาน”

ดร.ศิริโรจน์ โรจน์วรพร Partner แห่ง CSMJ International Law Firm สำนักงานกฎหมายชั้นนำระดับสากล เตือนผู้ส่งออกไทยเร่งตรวจสอบ Environmental Claim หรือข้อกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมด หากต้องการรักษาและขยายตลาดสหภาพยุโรป หลังมาตรการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของ EU เริ่มมีผลใช้บังคับ โดยเฉพาะคำที่พบได้บ่อยในการทำตลาด เช่น Green, Eco, Sustainable และ Carbon Neutral ซึ่งควรมีข้อมูลและหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้

ดร.ศิริโรจน์ กล่าวว่า ตลาดส่งออกไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลัง Directive (EU) 2024/825 หรือ Empowering Consumers for the Green Transition Directive (EmpCo) เริ่มมีผลใช้บังคับในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงกฎควบคุมการโฆษณาของผู้ประกอบการในยุโรปเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณสำคัญที่ผู้ส่งออกไทยซึ่งทำตลาดใน EU ควรนำมาพิจารณาในการวางแผนธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด

สำหรับผู้ผลิตไทยในรูปแบบ OEM/ODM จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับคำถามและข้อเรียกร้องด้านข้อมูลจากแบรนด์ยุโรปมากขึ้น แม้ผู้ส่งออกไทยจะไม่ได้ทำตลาดภายใต้แบรนด์ของตนเอง แต่ EU Brand หรือ Distributor อาจต้องการข้อมูลจากโรงงานไทยเกี่ยวกับ พลังงาน, Renewable Energy, GHG Emissions, Recycled Content, Materials, Water, Waste, Durability, Repairability และ Certification

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาปรับปรุงสัญญา OEM/ODM ให้มีความชัดเจนในประเด็นสำคัญ ทั้งผู้รับผิดชอบข้อมูล สิทธิในการตรวจสอบ ความถูกต้องของข้อมูล การจัดเก็บหลักฐาน การแจ้งเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต รวมถึงความรับผิดกรณีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมไม่ถูกต้อง

สิ่งที่ผู้ส่งออกไทยควรเร่งดำเนินการ มี 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1. AUDIT – ตรวจสอบข้อกล่าวอ้าง
ตรวจสอบข้อความ ภาพ สัญลักษณ์ และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดที่ปรากฏบนสินค้า บรรจุภัณฑ์ เว็บไซต์ Marketplace และ Social Media โดยเฉพาะคำว่า Green, Eco, Sustainable และ Carbon Neutral

2. SUBSTANTIATE – เตรียมหลักฐาน
จัดเตรียมหลักฐานรองรับข้อกล่าวอ้างแต่ละรายการ พร้อมระบุแหล่งข้อมูล วิธีการวัด และหลักเกณฑ์ที่ใช้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

3. BE SPECIFIC – ระบุข้อมูลให้ชัดเจน
หลีกเลี่ยงข้อความที่มีความหมายกว้างและอาจตีความได้หลายทาง โดยควรใช้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและวัดผลได้ เช่น การระบุสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ พร้อมมีข้อมูลรองรับอย่างชัดเจน

4. VERIFY – ตรวจสอบใบรับรอง
ตรวจสอบว่าใบรับรองและมาตรฐานที่นำมาอ้างอิงออกโดยหน่วยงานใด ครอบคลุมสินค้า กระบวนการ หรือช่วงเวลาใด รวมถึงยังมีผลใช้บังคับอยู่หรือไม่

5. CONTRACT – ทบทวนสัญญา
ทบทวนสัญญากับ EU Brand, Distributor, Supplier และคู่ค้า OEM/ODM ให้ครอบคลุมเรื่อง Environmental Data รวมถึงการกำหนดความรับผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน

ดร.ศิริโรจน์ ฝากถึงผู้ประกอบการไทยว่า สำหรับธุรกิจที่ต้องการรักษาหรือขยายตลาด EU การเตรียมระบบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทางอาจมีความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาสินค้า เพราะในตลาดที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความสามารถในการพิสูจน์ Environmental Claim อาจกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของความพร้อมในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *