ผบช.ภ.2 ย้ำตำรวจต้องเข้าถึงทุกจุดประสบภัย ระดมกำลังลุยช่วยน้ำท่วมฉะเชิงเทรา–นครนายก
พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยถึงการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทราและนครนายก ว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทันท่วงที
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติ โดยกำชับให้ตำรวจเข้าไปดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ระดมกำลังผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจบรรเทาความเดือดร้อน ตรวจเยี่ยมประชาชน ตลอดจนดูแลขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นเดียวกัน
สำหรับพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะอำเภอบางคล้า คณะได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ในตำบลป่าเกตและตำบลเขาไทร พร้อมนำถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเข้าไปมอบให้ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
นอกจากประชาชนแล้ว ยังได้ตรวจเยี่ยม สภ.บางคล้า ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน แม้พื้นที่โดยรอบจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

อีกภารกิจสำคัญคือการเข้าถึงศาสนสถานและจุดพักพิงที่ได้รับผลกระทบ โดยคณะได้เดินทางไปยังวัดในพื้นที่ ตรวจเยี่ยมพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงประชาชนที่อพยพเข้ามาพักพิงภายในศาลาวัด พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความเป็นอยู่ในเบื้องต้น
พล.ต.ท.วสันต์ กล่าวว่า การช่วยเหลือในครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ ประชาชนจิตอาสา ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา โดยสิ่งของที่ได้รับการสนับสนุนจะถูกนำไปจัดสรรและส่งต่อให้ถึงประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม
“ในสถานการณ์วิกฤต ประชาชนต้องการเห็นตำรวจอยู่เคียงข้าง และเราจะพยายามเข้าไปให้ถึงทุกพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน เจ้าหน้าที่ หรือพระภิกษุสงฆ์ เราจะดูแลและช่วยเหลือกันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” พล.ต.ท.วสันต์ กล่าว
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยังเน้นย้ำว่า ภารกิจของตำรวจในสถานการณ์ภัยพิบัติไม่ได้มีเพียงการรักษาความปลอดภัย แต่ต้องทำหน้าที่เป็นกำลังสนับสนุนในการช่วยเหลือประชาชน ประสานทรัพยากร และนำความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจุดที่การเดินทางตามปกติทำได้ยาก

การปฏิบัติในพื้นที่จึงมีการนำกำลังและเครื่องมือหลายรูปแบบมาใช้สนับสนุน ทั้งรถยกสูง เรือ และโดรน เพื่อสำรวจพื้นที่และนำสิ่งของเข้าไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบและยังไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่
“ตำรวจต้องไม่เพียงรอให้ประชาชนเดินทางมาขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อประชาชนออกมาไม่ได้ หน้าที่ของเราคือหาทางเข้าไปหาเขา”
ภารกิจช่วยเหลือประชาชนของตำรวจภูธรภาค 2 จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งประสานทุกภาคส่วนเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทั้งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
