ผู้ว่าเมืองคอนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกาสู่บุษบกพระวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร พร้อมปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ลังกา
วันนี้(28 ก.พ. 69) นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบพิธี อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา สู่บุษบกพระวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร พร้อมปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ลังกา ณ บริเวณด้านหน้าพระวิหารหลวง โดยมีนางสาววันษา ลีหล้าน้อย นายกเหล่ากาชาดจังหวัด พระมหาเถระผู้ทรงสมณศักดิ์สูงสุด แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ประกอบด้วย พระมหาเถระ วถุรกุมพุเร ธัมมกีรติ ศรีมังคละ ธัมมรัตนาภิธาน นายกเถระ ประมุขคณะสงฆ์แห่งรัตนปุระ มหาดิสาวะ สังกัดนิกายอัสคิริ คณะสยามวงศ์ ,พระมหาเถระ พัลเลคามะ เหมรัตน นากายา เถโร เจ้าอาวาสใหญ่ประจำอัฏฐมสถาน เมืองอนุราธปุระ และคณะผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด นายจักรพรรดิ์ ลีเลิศพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช/กรรมการผู้จัดการโรงเเรมทวินโลตัส คณะพุทธบริษัท หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน และองค์กรภาคส่วนในพื้นที่ เข้าร่วมในพิธี
สำหรับพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งนี้นับเป็นมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนสายธารศรัทธาในพุทธศาสนาลังกาวงศ์ ซึ่งสืบทอดยาวนานกว่า 8 ศตวรรษ อีกทั้งเป็นประจักษ์พยานแห่งความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับศรีลังกา รวมทั้งเพื่อเชื่อมโยงกับการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจแก่ประเทศและพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ควบคู่กับการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระมาปลูกในโอกาสสำคัญ สะท้อนคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม ความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา และความร่วมมืออันยั่งยืนระหว่างสองประเทศ อย่างยิ่งเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1,250 ปี พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และวันมาฆบูชา พร้อมมีการจัดงานมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจะมีพิธีถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ 11,250 รูป และร่วมในขบวนแห่ผ้าพระบฎ ในงานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ นานาชาติที่เมืองนคร ประจำปี 2569 ด้วย

พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาในครั้งนี้ นับเป็นองค์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกต่างเคารพสักการะ เชื่อกันว่าเป็นพระบรมธาตุที่ได้รับการสืบทอดและอารักขาอย่างสมบูรณ์จากวัดยาธิลากาลา ราชวรมหาวิหาร วัดโบราณของศรีลังกา ซึ่งเป็นสถานที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชรูปแรกในสายอัสกิริยา นิกายสยามอุบาลีวงศ์พระบรมสารีริกธาตุ 2 องค์ที่อัญเชิญมาครั้งนี้ มีลักษณะพิเศษอันหายาก คือมีสี 3 สี ได้แก่ สีทองคำ (ทองอุไร) สีเงินสว่างใส และสีงาช้าง อันเปี่ยมด้วยความงดงามและความเป็นสิริมงคล ซึ่งไม่ค่อยปรากฏว่าจะพบทั้งสามสีในองค์พระบรมสารีริกธาตุ และตรงตามรูปพรรณสัณฐานของพระบรมสารีริกธาตุจากมหาปรินิพพานสูตร
สำหรับพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา โดยเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569ที่ผ่านมา ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ภริยา และคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว โดยมีคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางเอทิริสิงเห อารัจจิลาเค ศรียานี วิชยันติ เอทิริสิงเห เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีประมาณ 200 คน โดยบรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติและเลื่อมใสศรัทธา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีนายกรัฐมนตรีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานบนบุษบก ณ บริเวณพิธี และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ อัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์ แห่งเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา หลังจากนั้น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานสงฆ์ฝ่ายไทย และพระมหาเถระ พัลเลคามะ เหมรัตน นายากา เถโร ประธานสงฆ์ฝ่ายศรีลังกา ซึ่งเป็นผู้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากศรีลังกา ได้วางพวงมาลัยดอกไม้สดบูชาพระบรมสารีริกธาตุจากนั้นนายกรัฐมนตรีวางพวงมาลัยดอกไม้สดและจุดเครื่องทองน้อยบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมถวายธูปเทียนแพ (เปิดกรวยกระทงดอกไม้) หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายธูปเทียนแพสักการะประธานสงฆ์ฝ่ายไทยและฝ่ายศรีลังกา

โอกาสนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรี ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ร่วมกราบสักการะและน้อมถวายเป็นพุทธบูชา โดยพิธีฯ ในวันนี้นับเป็นมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนสายธารศรัทธาในพุทธศาสนาลังกาวงศ์ ซึ่งสืบทอดยาวนานกว่า 8 ศตวรรษ อีกทั้งเป็นประจักษ์พยานแห่งความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับศรีลังกา
ทั้งนี้ พระบรมสารีริกธาตุจะประดิษฐาน ณ ทำเนียบรัฐบาลและวัดพระเชตุพนฯ ก่อนที่จะถูกอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1,250 ปี พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO โดยรัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีมหากุศลแห่ผ้าขึ้นธาตุและตักบาตรพระสงฆ์ 11,250 รูป ในช่วงงานมาฆบูชา ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคมนี้
นอกจากนี้ยังเป็นหมุดหมายสำคัญสู่การประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช และเชื่อมโยงกับการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจแก่ประเทศและพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ควบคู่กับการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์ จากเมืองอนุราธปุระ มาปลูกในโอกาสสำคัญ สะท้อนคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม ความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา และความร่วมมืออันยั่งยืนระหว่าง 2 ประเทศ

ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช
28 ก.พ.2569