ฮือฮาพระธาตุไร้เงา!! ผู้ว่าฯเมืองคอนยกทีมรอชมพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชไร้เงาในวันเถลิกวันเถลิกศกสงกรานต์ หรือชาวนครเรียกว่า“วันรับเจ้าเมืองใหม่
(11 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ลานหาดทรายแก้ว วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการจัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลมหาสงกรานต์ เมืองนครศรีธรรมราช ประจำปี 2569 กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างงวีนที่ 112 -15 เม.ย. 2569 อาทิ การจำหน่ายสินค้าและอาหารประจำถิ่น การจัดแสดงศิลปินพื้นบ้าน หนังตะลุง มโนราห์ เพลงบอก การเชื้อพญาหงส์ การสรงน้ำพระพุทธรูปและสรงน้ำพระบรมธาตุเจดีย์ พิธีขับไล่แม่มด พิธีรับเจ้าเมืองใหม่ และที่สำคัญได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษซึ่งมีการจัดต่อเนื่องทุกวันคือการจัดนิทรรศการและเสวนา “พระธาตุไร้เงาในวันสงกรานต์ ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ในศตวรรษนี้”
โดยมีนักวิชาการ หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชนทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช นำโดยนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ความสนใจแห่เดินทางมายังวัดพระมหาธาตุเพื่อร่วมสังเกตุการณ์และกราบไหว้พระบรมธาตุเจดีย์ช่วงไร้เงา ในเวลา 12.21 น.ของวันนี้ (11 เม.ย.) อย่างคึกคัก โดยนายสมชาย ลีหล้าน้อย ได้ถือโอกาสลั่นฆ้องชัยในช่วงพระธาตุไร้เงา เสียงดังสนั่น กังวาลไปทั่วบริเวณ ซึ่งผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างยกมือพนมไหว้แลพะกราบองค์พระบรมธาจุเจดีย์พร้อม ๆ กัน

ทั้งนี้ตามตำนานและเรื่องเล่าสืบต่อกันมายาวนานนับพันปี เกี่ยวกับ “พระธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชไร้เงา” จนเมื่อช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ประจำปี 2568 นายภาณุ อุทัยรัตน์ อดีต ผอ.ศอ.บต.และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชผู้ริมเริ่มโครงการศึกษาผลักดันพระบรมธาตุสู่มรดกโลกตั้งแต่ปี 2552 ได้เชิญ ผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้ากลุ่มวิจัยการศึกษาประวัติศาสตร์และมรดกทางดาราศาสตร์(สดร.) สถาบันวิจัย ดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) กระทรวง อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะเกือบ 10 คน ได้เดินทางเข้าติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีและดาราศาสตร์ที่ฐานพระเวียนรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เพื่อถ่ายภาพพระบรมธาตุเจดีย์ และดาวรวงข้าวในมุมต่าง เพื่อนำไปประเมิน วิจัยคำนาณและวิเคราะห์และนำมาสู่การ บรรยายอธิบายทางวิชาการยืนยันเรื่องพระธาตุไร้เงา บทสะท้อนความมหัศจรรย์ของพระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช
โดยได้ข้อสรุปทางวิชาการที่ชัดเจนว่า พระธาตุหรือพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ. นครศรีธรรมราชจะไร้เงาจริง ๆ โดยจะอธิบายเรื่องการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ในแต่ละวันในรอบปีไม่ได้ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกตลอดเวลา ซึ่งจะมีอยู่วันหนึ่งที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่มาและเส้นโคจรมาตรงและตั้งฉากกับพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชพอดีตรงกันในเวลา 21.21 น.ของวันที่ 11 เม.ย.ของทุกปี เมื่อดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับองค์พระบรมธาตุเจดีย์จะเกิดปรากฏการณ์พระธาตุไร้เงาทันที
สิ่งที่คณะสถาบันวิจัย ดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) กระทรวง อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมพบและเป็นพิเศษมากที่สุด โดยพบว่าวันพระธาตุไร้เงาตรงกับวันเถลิกศกสงกรานต์ หรือชาวนครเรียกว่า“วันรับเจ้าเมืองใหม่ โดยทางคณะ ฯคำนวณได้แบบนี้เพราะเป็นการวางผังกับดวงรวงข้าวเหมือนพระมหาธาตุสุโขทัย และแม้แต่พระปฐมเจดีย์ก็วางผังแบบนี้วางผังกับดาวรวงข้าวตอนตกจากขอบฟ้า ซึ่งดาวรวงข้าวจะอยู่ตรงข้ามกับวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศรีเมษ ที่เราเรียกว่าวันเถลิงศก ซึ่งเวลาดวงอาทิตย์มันอยู่ดาวอะไรจะสว่างแค่ไหนก็จะมองไม่เห็นคนโบราณจึงใช้ดาวที่อยู่ตรงข้ามพอดาวอวงนี้ตกปุ๊บดวงอาทิตย์ก็จะสาดส่องขึ้นมาวันนั้นคือ”วันปีใหม่”หรือ”วันเถลิงศก” และปรากฏการณ์นี้จะมีครั้งเดียวและเราคำนาณได้ว่าตรงกับวันที่ 11 เมษายน ซึ่งวันนั้นเกิดปรากฏการณ์ 2 ปรากฏการณ์คือ วันพระธาตุไร้เงา และวันเถลิงศกรับเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช
นางอรพิน รินาพร้าว หัวหน้าคณะวิจัย ฯ กล่าวว่า มันไม่ใช่แค่นั้นเพราะเรามาคิดว่าในสมัยนั้นคนสร้างหรือวางวัน เวลาในการสร้างหรือสมโภชพระบรมธาตุ พราหมณ์ในสมัยนั้นเขาเอาความรู้เอาศาสตร์มาจากไหน คงไม่ใช่เอามาจากสุโขทัยเพราะสุโขทับมีหลักศิลาจารึกว่าเอาไปจากนครศรีธรรมราช แล้วนครศรีธรรมราชเอามาจากที่ไหนเป็นต้นแบบปรากฏว่าเมื่อเราลองไล่ดูในพิพักภูมิภาคใกล้ ๆ กันที่มีการวางศิลปะสถาปัตยกรรมแบบเดียวกัน และไปเจอที่อินเดียเมืองอนุราชปุระ คือพระมหาเจดีย์ เจดีย์รุวันเวลิ หรือ มหาถูปา หรือ มหาถูปา หรือ สุวรรณมาลิกเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองอนุราชปุระ มีขนาดกว้าง 100 เมตร สูง 100 เมตร เป็นเจดีย์ทรงกลมฟองน้ำ มีกำแพงประดับด้วยช้างหินล้อมรอบรวม 362 เชื่อก มีเนื้อที่ 12.5 ไร่ ซึ่งมีการวางผังแบบเดียวกันที่สำคัญอยู่ในละติจูดเดียวกันตรงกันหมดเลยและจะต้องเกิดปรากฏการณ์เดียวกันในวันเดียวกันด้วย และมีอีกแห่งที่เหมือนกันอยู่ที่เมืองโบโบนานุระ เมืองหลวงที่สองของประเทศศรีลังกา คือพระมหาธาตุเจดีย์เจดีย์กิริเวเหระ จะวางผังเหมือนกันคือเอียงไปทางทิศเหนือนิด ๆ หมายถึงเอียงจากทิศตะวันออกไปทางทิศเหนือนิด ๆ เป็นการเอียงไปตามตำแหน่งดาวรวงข้าวตอนตก ศาสตร์ทั้งหมดมีระบุอยู่ในตำราคัมภีร์พระเวทย์ เชื่อมโยงศรีลังกาและประเทศอินเดีย

ความเป็นพิเศษตรงนี้อาจจะเป็นต้นแบบของมหาธาตุที่สุโขทัยและพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม เพราะ ฉนั้นองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชสำคัญมากที่เราอยากเปิดให้เด็ก เยาวชนรุ่นต่อ ๆ ไปให้เขาได้ร่วมกันรักษาพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชสืบต่อจากรุ่นเราต่อไปให้ดำรงคงอยู่อย่างยาวนานที่สุด ตนเป็นคน จ.เชียงราย แต่ก็เคารพศรัทธาองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชเป็นอย่างมาก เป็นพระธาตุใหญ่ท่าสุดของภาคใต้ คิดว่าไม่ใช่เฉพาะคนนครศรีธรรมราช แต่คนไทยและชาวพุทธทั่วโลกคิดเหมือนกันว่า “ในชีวิตหนึ่งของเราก็อยากจะมากราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชสักครั้งหนึ่งถือเป็นศิริมงคลสูงสุดของชีวิต
ทางด้าน ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และประธานดำเนินการรวบรวมเอกสารหลักฐานโครงการพระบรมธาตุมรดกโลก กล่าวว่า นี้เป็นความรู้ใหม่ ๆ ที่สมควรจะได้รับการบันทึกเอาไว้อย่างหลากหลายรูปแบบ ที่เราเคยทำกันเป็นปกติคือการจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ซึ่งจะมีการเรียบเรียงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ในยุคปัจจุบันตนจะบันทึกและเผยแพร่ทางยูทูปหรือสื่อออนไลน์ ทำให้แพร่กระจายในวงกว้าง โดยตนเชื่อว่าคนนครศรีธรรมราชและใกล้เคียงก็มีตวามรู้สึกเหมือนกันที่ยากรักษาพระบรมธาตุเจดีย์ และมีองค์ความรู้อะไรก็ถ่านทอดให้คนรุ่นต่อ ๆไป ในวันพรุ่งนี้จึงอยากเชิญชวนประชาชนทุกคนที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายทางวิชาการ เรื่องพระธาตุไร้เงา

ไพฑูรย์ อินทศิลา/นครศรีธรรมราช
11 เม.ย. 2569