ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทัวไป

สองผัวเมียเมืองคอนร้องสื่อ! แฉ “ร้อยตำรวจเอก” ปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกโหด บุกทวงหนี้ในบ้าน ก่อนปะทะเดือด

(1 พ.ค.) นายปรีชา นพสถิตย์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/4 หมู่ 1 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมนางทิพย์ ภรรยา เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยตำรวจเอก สังกัด สถานีตำรวจภูธรจุฬาภรณ์ ตั้งตัวเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ดอกเบี้ยโหดในพื้นที่ อ.จุฬาภรณ์ และใกล้เคียงมานานแล้ว และได้บุกรุกไปถึงในบ้านเพื่อทวงหนี้จากนางทิพย์ ภรรยา จนเกิดการโต้เถียงกับตน ก่อนที่ร้อยตำรวจเอกนายดังกล่าวจะทำร้ายร่างกายตนด้วยการเตะเข้าชายโครงอย่างแรง 1 ครั้ง แต่ตนได้ตอบโต้ด้วยการชกต่อยกลับไปโดนใบหน้าร้อยตำรวจเอกจนล้มลงกับพื้นภายในบ้านของตน

จากนั้นร้อยตำรวจเอกนายดังกล่าวได้วิ่งออกไปหยิบปืนในรถยนต์เพื่อจะมายิงตน แต่นางทิพย์ ภรรยาของตน พร้อมภรรยาของร้อยตำรวจเอก ได้ช่วยกันขัดขวางและขอร้องไม่ให้ใช้อาวุธปืนยิง จนในที่สุดร้อยตำรวจเอกพร้อมภรรยาจึงพากันขับรถกลับออกไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 29 ม.ค. 2569

“ตนจึงเดินทางไปที่ สถานีตำรวจภูธรจุฬาภรณ์ เพื่อแจ้งความในข้อหาบุกรุกยามวิกาล และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และทราบว่าทางร้อยตำรวจเอกคู่กรณีได้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในข้อหาทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายไว้ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความและส่งตัวตนไปให้แพทย์ที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตรวจร่างกาย” นายปรีชากล่าว

นายปรีชากล่าวอีกว่า สาเหตุของเรื่องนี้มาจากเมื่อปี 2566 นางทิพย์ ภรรยาของตนได้ไปกู้เงินนอกระบบจากร้อยตำรวจเอกนายดังกล่าว ซึ่งตั้งตัวเป็นนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดมานานแล้ว ตอนแรกกู้มาเพียง 2,000 บาท ต่อมามียอดเงินต้นเพิ่มเป็น 5,000 บาท โดยต้องจ่ายคืนทุกวัน วันละ 250 บาท จนกว่าจะคืนเงินต้นหมด ซึ่งตนไม่เคยทราบเรื่องการกู้ยืมเงินนอกระบบนี้มาก่อน

ต่อมาในระยะหลัง นางทิพย์ไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยตามนัดทุกวัน จึงถูกตามทวงหนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งวันเกิดเหตุ ร้อยตำรวจเอกพร้อมภรรยาได้ขับรถยนต์มาจอดข้างบ้านและเข้าไปในบ้านเพื่อทวงหนี้ ซึ่งนางทิพย์ได้นำเงินค่าดอกเบี้ยรายวันจำนวน 200 บาทมาจ่ายให้ ระหว่างนั้นตนออกมาพบพอดี จึงสอบถามเรื่องราว เมื่อทราบว่าเป็นการทวงหนี้นอกระบบ จึงบอกให้ไปพูดคุยกันนอกบ้าน ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน

ก่อนที่ร้อยตำรวจเอกนายทุนเงินกู้จะเข้ามาเตะชายโครงซ้ายของตนอย่างแรง แต่ตนได้จับขาไว้และต่อยสวนไป 1 หมัดเข้าที่ใบหน้าร้อยตำรวจเอกจนล้มลงกับพื้น ก่อนที่ตนจะเข้าไปเตะซ้ำอีก 1 ครั้ง

โดยนางทิพย์ ภรรยาของตน พร้อมภรรยาของร้อยตำรวจเอก ได้เข้ามาขวางและแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน ร้อยตำรวจเอกสามารถลุกขึ้นมาได้และวิ่งไปหยิบอาวุธปืนพกสั้นจากในรถเพื่อจะกลับมายิงตน แต่นางทิพย์ได้เข้าไปขวางและขอร้องให้ยุติเรื่องดังกล่าว จนในที่สุดร้อยตำรวจเอกคู่กรณีจึงขับรถออกจากบ้านไป

ส่วนในทางคดีที่ร้อยตำรวจเอกนายทุนเงินกู้แจ้งความตนในข้อหาทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย พนักงานสอบสวนยังไม่ได้เรียกตนไปแจ้งข้อกล่าวหา แต่ในคดีที่ตนแจ้งความดำเนินคดีกับร้อยตำรวจเอกในข้อหาบุกรุก ทำร้ายร่างกาย และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนนั้น พนักงานสอบสวนได้สอบสวนปากคำตนในฐานะผู้เสียหาย และทราบว่าได้เรียกร้อยตำรวจเอกมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

นายปรีชากล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุมีอดีตผู้นำท้องถิ่นและนายตำรวจระดับสูงพยายามเรียกทั้งสองฝ่ายไปเจรจาเพื่อยุติปัญหา แต่ตนไม่ยอมและยืนยันให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเตรียมแจ้งความเพิ่มเติมในความผิดตาม พ.ร.บ.เงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด พ.ร.บ.ทวงหนี้ และความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยยืนยันว่าจะไม่มีการยอมความและจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ไพฑูรย์ อินทศิลา / นครศรีธรรมราช
1 พ.ค. 2569

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *