ผู้ตรวจการแผ่นดินลุยตรวจ “พรุมัด–อาณาจักรช่องเขา” ตะลึงพบบุกรุกป่ามโหฬาร สั่งทุกหน่วยงานแจ้งความเอาผิด
ระดับเจ้าพ่อ..!! ผู้ตรวจการแผ่นดินนำทีมตรวจ “พรุมัด” – ตะลึง “อาณาจักรช่องเขา” พบบุกรุกพื้นที่ป่ามโหฬารเทียบเท่า “เขากระโดง” สั่งทุกหน่วยงานแจ้งความเอาผิดทุกกรณี เจ้าหน้าที่ระบุคนทำผิดต้องระดับเจ้าพ่อจริง ๆ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดปล่อยให้กระทำได้ถึงขนาดนี้ได้อย่างไร
จากกรณีที่สื่อมวลชนได้รับภาพและคลิปและนำเสนอข่าวกรณีที่มีชายฉกรรจ์ประมาณ 30 คน พร้อมเครื่องจักรไปรวมตัวกันและเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านพักหรู อาคารร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ บริเวณโดยรอบบึงหรือลำห้วยสาธารณประโยชน์ (พรุมัด) หมู่ 3 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กันอย่างมีพิรุธ ว่าเร่งรีบในการรื้อถอนทำไม ซึ่งมูลค่าสิ่งที่รื้อถอนทั้งหมดประมาณ 10–20 ล้านบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากกรณีที่ชาวบ้านจิตอาสาในพื้นที่รวมตัวกันร้องเรียนสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 ให้ตรวจสอบ ซึ่งนายทุนเกรงกลัวความผิด จึงว่าจ้างบริษัทรับเหมาเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารฯ เพื่อปิดบังซ่อนเร้น ทำลายหลักฐาน
โดยล่าสุดผู้ถูกร้องได้ชี้แจงว่าได้รื้อสิ่งปลูกสร้างก่อนที่ ป.ป.ช. จะรับเรื่องร้องเรียน และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งทาง ป.ป.ช. แจ้งผู้ร้องว่าจะลงพื้นที่ตรวจสอบในวันที่ 16–17 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังร้องเรียนว่าบุคคลกลุ่มเดียวกันยังบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ และมีการบุกรุกหรือกระทำผิดอื่น ๆ จนได้ชื่อว่า “อาณาจักรช่องเขา” เทียบเท่าการบุกรุกเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ โดยผู้ร้องได้ยื่นเรื่องร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐทุกสังกัด ทุกระดับอีกด้วย แต่หลังจากนั้นเรื่องได้เงียบหายไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

(7 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้อยตำรวจตรี พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ ได้เดินทางลงตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียน ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (6 พ.ค.) และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาตามเรื่องร้องเรียน การบุกรุกที่สาธารณะสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน ร่วมกับ นายอนันต์ ด่านสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งสง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง กรณีร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำโยง และเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
โดยในการประชุมและลงตรวจสอบครอบคลุมทุกเรื่องที่มีการร้องเรียน ประกอบด้วยกรณีไม่ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่บุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างถาวร ทำเป็นบ้านพัก สวนทุเรียน และร้านอาหารชื่อ “สวนอาหารบ้านช่องเขา” บริเวณพิกัด 8.138891, 99.769492 และบริเวณพิกัด 8.138883, 99.770773 พื้นที่ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของป่าและพันธุ์ไม้
รวมทั้งกรณีออกเอกสารสิทธิให้แก่เอกชนทับซ้อนกับเขตพื้นที่ป่าและที่สาธารณประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกรณีร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง กรณีไม่ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับเอกชนที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ของ ส.ป.ก. โดยเอกชนรายดังกล่าวได้ดำเนินการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศและสถานประกอบการสวนอาหารเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล



รวมทั้งกรณีปลูกสวนทุเรียน ซึ่งอาจเป็นการใช้สิทธิผิดประเภทหรืออาจมีการครอบครองพื้นที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และกรณีขุดบ่อดินและเปลี่ยนสภาพพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งอาจมีการนำทรัพยากรดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
ผลการประชุมหารือและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า
- กลุ่มอาคารประมาณ 5 หลัง ที่บุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน “พรุมัด” ตามกรณีเรื่องร้องเรียน นายอนันต์ ด่านสกุล นายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่ ได้กล่าวยอมรับในที่ประชุมว่าตนเองเป็นผู้รื้อถอนด้วยตนเอง และอาคารดังกล่าวสร้างมาประมาณ 20 ปีเศษแล้ว ใช้รองรับการทำกิจกรรมของจังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอทุ่งสงมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำเร็จแล้ว นายอำเภอต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยนายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่ และขอให้อำเภอทุ่งสงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีด้วย เนื่องจากระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ บังคับให้ต้องเข้าไปร้องทุกข์กล่าวโทษ
- ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง ดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ “พรุมัด” ตามกรณีเรื่องร้องเรียนว่ารุกล้ำที่สาธารณประโยชน์เป็นเนื้อที่จำนวนเท่าใด เพื่อนำผลการตรวจสอบไปประกอบสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ทางอำเภอทุ่งสงได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้ว และจะดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป
- สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นการขุดบ่อดิน พบว่าที่ดินดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ น.ส.3 โดยนายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่รับว่าตนเองเป็นเจ้าของกิจการดังกล่าว ซึ่งต่อมาคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อดินดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) พบว่ามีบริเวณ 2 จุด ในที่ดินแปลงดังกล่าวที่อาจมีการขุดดินรุกล้ำพื้นที่ป่าถาวร จึงได้ประสานเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง เพื่อรังวัดตรวจสอบแนวเขตที่ดินอย่างชัดเจน
- กรณีการตรวจสอบระบบน้ำประปาของตำบลถ้ำใหญ่ ซึ่งใช้วัตถุดิบในการทำน้ำประปามาจากบริเวณน้ำตกปลิว พบว่าท่อเหล็กขนาดใหญ่หายไปในระหว่างช่วงกลางทางก่อนถึงประปาหมู่บ้าน ซึ่งท่อที่หายไปมีความยาวประมาณ 500 เมตร คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบและได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่าท่อประปาดังกล่าวเลิกใช้ไปนานแล้ว และมีการนำท่อ PVC มาใช้บริเวณฝายพักน้ำด้านล่างแทนระบบเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ร้อยตำรวจตรี พงศกร มีพันธุ์ ได้ขอให้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดทำป้ายไวนิลข้อความ “พรุมัด เป็นสถานที่สาธารณะ ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้” ไปติดไว้ในจุดที่เห็นได้ชัด เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมกันต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบางคนถึงกับอุทานว่า การบุกรุกขนาดนี้ คนที่ทำได้ถึงขนาดนี้ต้องเป็นระดับเจ้าพ่อตัวจริง

ไพฑูรย์ อินทศิลา / นครศรีธรรมราช
7 พ.ค. 2569