Skip to content
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) นำโดย นายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ พร้อมสมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายมังกร ศรีเจริญกูล นางกัลยา ใหญ่ประสาน นางวาสนา ยศสอน นายสุทิน แก้วพนา นางสาวมณีรัฐ เขมะวงศ์ และนายธีรศักดิ์ อรัญพิทักษ์ ร่วมหารือกับภาครัฐและภาคประชาชน
ในการนี้ นางสาววรณัน กันทะมัง นายอำเภอนาหมื่น ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับคณะ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนา
ด้านนายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ รวมถึงบทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา ทั้งด้านการกลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการฯ จะรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาตามกลไกของวุฒิสภา รวมถึงส่งต่อข้อมูลไปยังคณะกรรมาธิการวุฒิสภาที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภามาจากกลุ่มอาชีพต่าง ๆ จำนวน 20 กลุ่ม อาทิ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ SME กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม กลุ่มข้าราชการ ฯลฯ ประกอบกับการเป็นคนพื้นถิ่นในแต่ละจังหวัด ทำให้เข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
สำหรับการหารือครั้งนี้ มี 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- ปัญหาภัยแล้ง
- ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน
- โครงการก่อสร้างสะพานปากนาย ข้ามเขื่อนสิริกิติ์ เชื่อม อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ กับ อ.นาหมื่น จ.น่าน
- การส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอนาหมื่น
- ปัญหาที่ดินทำกิน
- ปัญหาด้านการศึกษา
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่อำเภอนาหมื่นมักเกิดจุดความร้อน (Hotspots) สูงในช่วงต้นปี จากปัญหาไฟป่าและการเผาวัสดุทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยมีข้อเสนอให้จัดตั้งชุดลาดตระเวนร่วมรัฐและชุมชน ทำแนวกันไฟ ส่งเสริมการลดการเผา และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
ด้านภัยแล้ง อำเภอนาหมื่นประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากระบบกักเก็บน้ำไม่เพียงพอ จึงเสนอให้ขุดลอกแหล่งน้ำเดิม จัดทำระบบกระจายน้ำ และสนับสนุนงบประมาณสำหรับแหล่งน้ำสำรอง
ส่วนโครงการก่อสร้างสะพานปากนาย ข้ามเขื่อนสิริกิติ์ ปัจจุบันการเดินทางยังต้องใช้แพขนานยนต์ ซึ่งมีข้อจำกัดทั้งด้านเวลาและการขนส่ง ทุกภาคส่วนเห็นพ้องให้เร่งผลักดันโครงการ เพื่อยกระดับเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ใหม่ เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวระหว่างภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง
ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อำเภอนาหมื่นหรือ “น่านใต้” ยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร แม้จะมีต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมสูง เช่น หมู่บ้านประมงปากนาย และจุดชมวิวต่าง ๆ โดยมีข้อเสนอให้พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวิถีชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น
สำหรับปัญหาที่ดินทำกิน ราษฎรในพื้นที่ตำบลเมืองลี จำนวน 7 หมู่บ้าน ประชากร 2,101 คน ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าไม้และอุทยานแห่งชาติ ประชาชนจึงเรียกร้องให้เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินตามนโยบาย คทช. และพิสูจน์สิทธิตามแนวทางกฎหมาย
ขณะที่ด้านการศึกษา โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลประสบปัญหาครูไม่ครบชั้น ขาดอุปกรณ์การเรียนการสอน และมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงเสนอให้สนับสนุนงบประมาณ พัฒนาอินเทอร์เน็ตในโรงเรียนขนาดเล็ก และสร้างกลไกทุนการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
นอกจากนี้ ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอนาหมื่น ยังขอให้สมาชิกวุฒิสภาช่วยประสานการจัดสรรงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาด้านสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า การคมนาคม และการขนส่งสินค้าเกษตร รวมถึงประชาชนจากอำเภอนาน้อยซึ่งมีบริบทพื้นที่ใกล้เคียงกัน ได้เสนอให้สนับสนุนการสร้างฝายแก้มลิง การส่งเสริมการปลูกยางพารา และการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการติดตาม เสนอแนะ และผลักดันผ่านกลไกของวุฒิสภา รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของประชาชนในจังหวัดน่านอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป