ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทั่วไทย

Just another WordPress site

ข่าวทัวไป

“สุชาติ” ผนึก ศุลกากร-DSI-คพ.-กรมโรงงานฯ ลุยเปิดตู้ต้องสงสัยขยะอิเล็กทรอนิกส์แหลมฉบัง เผย 11 เดือนจับแล้ว 234 ล้าน

เวลา 10.00 น. วันที่ 14 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการบูรณาการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย “การกระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล” โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้กล่าวรายงาน

พร้อมกันนี้ ได้มีการเปิดเผยผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในรอบ 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 จำนวน 187 คดี น้ำหนักรวม 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 234.4 ล้านบาท ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเทียบเรือฮัทชิสันแหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1) จังหวัดชลบุรี

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรได้สนองรับนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายอย่างต่อเนื่อง

ภารกิจดังกล่าวไม่ได้มุ่งเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ตลอดจนป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นปลายทางของขยะและของเสียอันตรายจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 หรือระหว่างเดือนตุลาคม 2568 – สิงหาคม 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมสินค้าที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 187 คดี น้ำหนัก 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 234.4 ล้านบาท ประกอบด้วย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ 2.7 ล้านกิโลกรัม ของเสียอันตราย 6.6 ล้านกิโลกรัม และเศษพลาสติก 3 แสนกิโลกรัม

สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือประสานกรมศุลกากร เพื่ออายัดตู้สินค้า จำนวน 50 ตู้ สำหรับใช้ในการตรวจสอบและขยายผล

กรมศุลกากรได้ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พบว่า 19 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังตรวจพบความผิดและดำเนินการจับกุมไว้แล้ว ขณะที่ 14 ตู้ ไม่พบข้อมูลการนำตู้สินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และอีก 17 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่มีข้อมูลการนำเข้ามาในราชอาณาจักร

จากการตรวจสอบพบว่า 1 ตู้ ได้รับการตรวจปล่อยไปก่อนจะได้รับแจ้งการอายัด และอีก 6 ตู้ อยู่ระหว่างการอายัด โดยมีสถานะรอผู้นำเข้าติดต่อเพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 กรมศุลกากรได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบตู้สินค้า จำนวน 10 ตู้ พบว่า 4 ตู้ มีสินค้าตรงตามที่สำแดง ขณะที่ 6 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่ตรวจพบความผิด โดยมีการปะปนของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือวัตถุที่อาจเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย

สำหรับการดำเนินการในวันนี้ กรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันนำตู้สินค้า จำนวน 9 ตู้ มาเปิดตรวจร่วมกันอีกครั้ง โดยเป็นตู้ที่ตรวจพบความผิดจำนวน 6 ตู้ตามข้างต้น และเป็นตู้สินค้าของรายบริษัทเดียวกันอีก 3 ตู้ ณ ท่าเทียบเรือฮัทชิสันแหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1) จังหวัดชลบุรี

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมศุลกากรมีบทบาทสำคัญในการคัดกรองและตรวจสอบสินค้านำเข้า รวมถึงสนับสนุนข้อมูลการนำเข้า เอกสารทางศุลกากร และผลการตรวจสอบตู้สินค้า เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การสืบสวนและขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง อันสะท้อนถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายพันธ์ทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมศุลกากรพร้อมสนับสนุนกรมสอบสวนคดีพิเศษและทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ทั้งด้านข้อมูลการนำเข้า เอกสารทางศุลกากร และการตรวจสอบตู้สินค้า โดยเห็นว่าการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายไม่อาจสำเร็จได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูล ความเชี่ยวชาญ และการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะเดินหน้าภารกิจเชิงรุกในการคัดกรองและตรวจสอบสินค้านำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย พร้อมสนับสนุนข้อมูลและการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นปลายทางของขยะและของเสียอันตรายจากต่างประเทศต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *