“กมธ.แรงงาน” ชี้ช่องโหว่งบฯ บัตรทอง ห่วงโรงพยาบาลขาดทุน เสนอคงสิทธิรักษาพยาบาลไว้ในประกันสังคม
เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 คณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ในคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา พิจารณาเรื่องการย้ายสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไปรวมกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง” ภายใต้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยเชิญ รองศาสตราจารย์อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มาให้ข้อมูล ความเห็นเชิงวิชาการ วิเคราะห์ และเสนอข้อคิดเห็นต่อที่ประชุม
พร้อมกันนี้ ได้เชิญผู้แทนจากคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เข้าร่วมประชุม เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
รองศาสตราจารย์อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ให้ความเห็นว่า ผู้ประกันตนส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน จึงมีความเสี่ยงและการใช้บริการรักษาพยาบาลไม่สูงเท่ากลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่ระบบบัตรทองต้องรองรับผู้สูงอายุจำนวนมาก และมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น

ดังนั้น การแยกระบบรักษาพยาบาลของประกันสังคมออกจากระบบบัตรทองจึงมีความเหมาะสมมากกว่า พร้อมเสนอแนวคิดให้สำนักงานประกันสังคมพัฒนาระบบประกันสุขภาพในลักษณะ “พรีเมียม” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ประกันตนที่ประสงค์จะจ่ายเงินเพิ่มเติมและต้องการได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น
ด้านผู้แทนจากคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ให้ความเห็นว่า ระบบ สปสช. โดยเฉพาะงบประมาณผู้ป่วยใน เป็นงบประมาณแบบปลายปิด ขณะที่ต้นทุนการรักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ส่งผลให้การชดเชยค่าใช้จ่ายแก่โรงพยาบาลอาจไม่สอดคล้องกับต้นทุนการรักษาที่แท้จริง
โดยในช่วงต้นปีอาจสามารถจ่ายค่าชดเชยตามอัตราที่กำหนดได้ แต่เมื่อวงเงินงบประมาณลดลงในช่วงปลายปี อัตราการจ่ายอาจลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้โรงพยาบาลมีภาระขาดทุนเพิ่มขึ้น และเกิดข้อเรียกร้องจากโรงพยาบาลในหลายพื้นที่

นอกจากนี้ การขยายสิทธิหรือเพิ่มบริการภายใต้งบประมาณที่มีข้อจำกัด ยังอาจทำให้ภาระค่าใช้จ่ายของระบบเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นประเด็นที่ สปสช. ต้องพิจารณาปรับปรุงการบริหารจัดการงบประมาณให้มีความเหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อสังเกตว่า แหล่งเงินของแต่ละระบบมีความแตกต่างกัน โดยระบบบัตรทองใช้เงินจากภาครัฐ ขณะที่ระบบประกันสังคมมีเงินจากเงินสมทบของผู้ประกันตน นายจ้าง และภาครัฐ
ที่ประชุมจึงเห็นควรให้พิจารณาผลกระทบต่อสิทธิและประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างรอบคอบ พร้อมมีข้อเสนอให้ คงสิทธิรักษาพยาบาลของผู้ประกันตนไว้ในระบบประกันสังคม และพัฒนาคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งมีข้อเสนอให้ผู้ประกันตนที่รับบำนาญชราภาพแล้ว สามารถคงสิทธิรักษาพยาบาลในระบบประกันสังคมต่อไปได้
