สกพอ.เปิดเวที EEC Sustainability Expo 2026! มอบตรา “EEC Select Best Service” 21 ผู้ประกอบการ ยกระดับ Local สู่ตลาดโลก
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เป็นประธานเปิดงาน “EEC Sustainability Expo 2026” พร้อมมอบตรารับรองมาตรฐาน “EEC Select Best Service 2026” แก่สถานประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกจาก 3 จังหวัดในพื้นที่ EEC ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวม 21 ราย
ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกได้รับการประเมินใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ปัจจัยที่ใช้ในการผลิตและให้บริการ การสร้างคุณค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ขั้นตอนและกระบวนการให้บริการ ความโดดเด่นในการให้บริการ และการตลาด
ภายในงานยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาจัดแสดงและจำหน่าย พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเชื่อม “มาตรฐาน” ไปสู่ “โอกาสทางการตลาด” และสร้างการรับรู้ให้สินค้าและบริการคุณภาพจากพื้นที่ EEC เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น
อีกหนึ่งไฮไลต์ คือการเชิญ “อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม” หรือ “คุณชายหมูกรอบ” ซึ่งมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์ม TikTok กว่า 1.3 ล้านคน มาร่วมแนะนำสินค้าและบริการที่ได้รับตรารับรอง EEC Select Best Service 2026 ผ่านกิจกรรม TikTok Live ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2569 เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้รู้จักเรื่องราว จุดเด่น และคุณภาพของสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC มากยิ่งขึ้น
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. กล่าวว่า โครงการ EEC Select Best Service เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ โดยมุ่งเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงจากการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจสมัยใหม่ พร้อมยกระดับมาตรฐานทั้งด้านการบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ

นอกจากนี้ ยังมุ่งนำอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดย “EEC Select Best Service” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน แต่เป็นกลไกสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC พัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สร้างความเชื่อมั่น และต่อยอดไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อให้การเติบโตของพื้นที่ EEC สามารถสร้างประโยชน์และรายได้กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการดำเนินงานภายใต้กรอบแนวคิด “SERVICE + SMART & SMILE” สะท้อนคุณค่าผ่านความหมาย E – EXPERT ผู้ประกอบการมีทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญ, E – EXCELLENCE สินค้าและบริการมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการและตอบโจทย์ Lifestyle ของผู้บริโภค และ C – CERTAINTY สร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค
สำหรับปีนี้ มีผู้ประกอบการได้รับตรารับรองจำนวน 21 ราย จาก 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สปาและสุขภาพ ที่พักและโรงแรม สถานประกอบการท่องเที่ยวชุมชน และผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
จังหวัดฉะเชิงเทรา 6 ราย ได้แก่ กรีนวิลล์ ฟาร์มคาเฟ่ 1 ดาว, ร้านประดิษฐโภชนา 2 ดาว, จิมมี่ ฟาร์ม 1 ดาว, บริษัท ดิลิเชียส สตอรี่ จำกัด ผลิตภัณฑ์ชิฟฟ่อนน้ำตาลช่อดอกมะพร้าว 2 ดาว, ปลาสลิด พอดีคำ ผลิตภัณฑ์ปลาสลิดทอดกรอบ 2 ดาว และหะรูหะรา HRUHRA ผลิตภัณฑ์ “Pakong Mango” ผ้าลายอัตลักษณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา 2 ดาว
จังหวัดชลบุรี 12 ราย 13 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เมฆไอศกรีม 1 ดาว, Mrae Sushi 2 ดาว, Kusatsu Onsen Spa 2 ดาว, Mandarin Eastville Pattaya 1 ดาว, Siam Bayshore Resort Pattaya 3 ดาว, Hotel J Pattaya 1 ดาว, Cliff Spa 2 ดาว, บริษัท ทีอาร์ ไทยฟู้ดส์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมัดพร้อมทาน 2 ดาว, บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ข้าวสารตราไก่แจ้ ข้าวหอมไทย 2 ดาว, ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999 3 ดาว, บริษัท วันเดอร์ ไซเดอร์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ไซเดอร์มะม่วง 3 ดาว, ไซเดอร์สับปะรด 3 ดาว และ aGaligo Coffee 2 ดาว
จังหวัดระยอง 3 ราย ได้แก่ Novotel Rayong Star Convention Center 3 ดาว, รักระยอง 2 ดาว และวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนเจดีย์กลางน้ำและแม่น้ำระยอง 1 ดาว

นอกจากการมอบตรารับรองแล้ว การร่วมกิจกรรมของ “อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม” หรือ “คุณชายหมูกรอบ” ผ่าน TikTok Live ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2569 ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมผู้ประกอบการในพื้นที่กับผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยใช้พลังของ Social Commerce และ Influencer ช่วยเพิ่มการรับรู้ โอกาสในการขาย และฐานลูกค้ากลุ่มใหม่
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวทางของโครงการที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ “คัดเลือกและมอบตรารับรอง” แต่ยังมุ่งต่อยอดไปสู่การสร้างตลาดจริง ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการออกบูธจำหน่ายสินค้า พบปะผู้บริโภคโดยตรง และใช้ช่องทางการตลาดยุคดิจิทัลเชื่อมโยงสินค้าท้องถิ่นเข้ากับผู้บริโภค
ทั้งนี้ EECO มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการทั้ง 21 ราย เป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออก นำ “Local Roots” ที่มีคุณค่ามาต่อยอดด้วยมาตรฐาน นวัตกรรม และการตลาดยุคใหม่ เพื่อก้าวสู่ “Global Reach” และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่ EEC
