ดร.ธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ (สว.) ร่วมเปิดเวทีรับฟังปัญหาชาวแพร่ สว. ชู บูรณาการทุกหน่วยงาน แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ (กอเปา) คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) นำโดย นายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายมังกร ศรีเจริญกูล นางกัลยา ใหญ่ประสาน นางวาสนา ยศสอน นายสุทิน แก้วพนา นางสาวมณีรัฐ เขมะวงศ์ และนายธีรศักดิ์ อรัญพิทักษ์ ร่วมหารือกับภาครัฐและภาคประชาชน
ในการนี้ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวต้อนรับคณะ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนา
ด้านนายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ รวมถึงบทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา ทั้งด้านการกลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการฯ จะรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาผ่านกลไกของวุฒิสภา และส่งต่อข้อมูลไปยังคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประเด็นการหารือในครั้งนี้ ซึ่งเป็นประเด็นต่อเนื่องจากการลงพื้นที่เมื่อปี 2568 ประกอบด้วย 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- ปัญหาอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำ
- ที่ดินทำกินและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การบริหารจัดการผังเมือง
- การเตรียมความพร้อมรองรับโครงการรถไฟรางคู่ สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ
- การบริหารจัดการภารกิจถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งในช่วงฤดูฝนหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำหลากและน้ำท่วม ขณะที่ฤดูแล้งกลับขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ ระบบชลประทาน และระบบระบายน้ำ รวมถึงจัดสรรงบประมาณศึกษาความเหมาะสมโครงการแก้มลิงระยะที่ 2 และ 3 เพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำในอนาคต
ด้านปัญหาที่ดินทำกิน พบว่าประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน รวมถึงมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับเขตป่าไม้ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและคุณภาพชีวิต โดยเสนอให้ภาครัฐเร่งสำรวจและแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินอย่างเป็นธรรม พร้อมปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของประชาชนในพื้นที่

ขณะที่ประเด็นการบริหารจัดการผังเมือง หน่วยงานในจังหวัดแพร่ได้เสนอแนวทางวางผังเมืองและกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสม รองรับการขยายตัวของชุมชนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการรถไฟรางคู่สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟในอนาคต
สำหรับโครงการรถไฟรางคู่สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และระบบคมนาคมของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเรื่องกำลังคนและผลกระทบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลให้บางช่วงของโครงการเกิดความล่าช้า ทั้งจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศและการบริหารจัดการพื้นที่ก่อสร้าง แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เร่งรัดดำเนินงานและปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเปิดให้บริการตามเป้าหมายในปี 2571

ส่วนประเด็นการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประชาชนและบุคลากรด้านสาธารณสุขได้สะท้อนความกังวลเรื่องความพร้อมด้านงบประมาณ บุคลากร เครื่องมือทางการแพทย์ และคุณภาพการให้บริการ จึงเสนอให้มีการสนับสนุนทรัพยากรอย่างเพียงพอ และกำหนดแนวทางบริหารจัดการที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนยังเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง
ในช่วงท้าย นายพละวัต ตันศิริ กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาควรเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ทั้งด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคม การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการติดตาม เสนอแนะ และผลักดันผ่านกลไกของวุฒิสภา รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของจังหวัดแพร่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
