ชาวบ้านร้องตรวจสอบปมถูกกล่าวหารุกพื้นที่สาธารณะคลองแพรกเมืองกว่า 4 ไร่ อบต.หัวไทรแจ้งให้ออกจากพื้นที่แล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะบริเวณคลองชะอวด–แพรกเมือง หลังพบว่ามีผู้ครอบครองพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ มีการปักแนวเขตและใช้พื้นที่เพื่อปลูกฝรั่ง รวมถึงทำประโยชน์ส่วนตัว โดยชาวบ้านระบุว่าผู้ครอบครองเป็นข้าราชการทหารเรือ สังกัดจังหวัดสงขลา
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นรูปตัวยู ด้านหนึ่งติดถนนสาธารณะ อีกด้านติดคลอง ส่วนพื้นที่ด้านในเป็นที่ดินมีโฉนดของชาวบ้านบางส่วน ส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเส้นทางเข้า-ออก และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในบริเวณใกล้เคียง
ผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่งเปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยองค์การบริหารส่วนตำบลหัวไทร กำนันตำบลหัวไทร และอำเภอหัวไทร ได้หารือร่วมกันหลายครั้ง เพื่อหาแนวทางแก้ไขและนำพื้นที่กลับคืนสู่สภาพเดิม หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวไทรได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ครอบครองดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยผู้ครอบครองได้ยื่นขอขยายเวลา อ้างว่าต้องใช้เวลาในการเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการเคลื่อนย้าย
ผู้นำท้องถิ่นรายเดิมยังระบุว่า ชาวบ้านบางรายแสดงความกังวลว่าถูกพูดจาในลักษณะกดดันหลังมีการร้องเรียน จึงอยากให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้ถูกร้องเรียนเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส พร้อมยืนยันว่า หากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ ก็ควรคืนให้เป็นสมบัติของส่วนรวม
ด้าน นางขวัญ (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเอง ครอบครัว และเพื่อนบ้าน เคยถูกพูดจาในลักษณะกดดันหลังมีการร้องเรียนเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนากลั่นแกล้งบุคคลใด แต่เพียงต้องการให้มีการตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะทุกแปลงให้เป็นไปตามกฎหมาย

นางขวัญกล่าวว่า แม้จะไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว แต่รู้สึกไม่สบายใจที่เรื่องยังไม่ยุติ และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างเป็นธรรม
ชาวบ้านยังให้ข้อมูลว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวในอดีตเคยใช้เป็นท่าเรือรับฝากเรือประมง ก่อนจะถูกปล่อยร้างและไม่ได้ใช้งานต่อเนื่องในเวลาต่อมา
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ดูแลสวนในพื้นที่ ซึ่งระบุว่า เจ้าของสวนเดินทางไปทำงานที่จังหวัดสงขลา ส่วนตนมีหน้าที่เพียงดูแลสวน และไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อพิพาทดังกล่าว แต่ยอมรับว่าเคยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่แล้ว
ขณะนี้ ชาวบ้านยังคงติดตามความคืบหน้าของการตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของพื้นที่สาธารณะคลองแพรกเมือง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
หมายเหตุ: ข้อกล่าวหาทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีการชี้ขาดข้อเท็จจริงหรือคำพิพากษาของศาล

ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช