กมธ.กฎหมายฯ ถก ตร.ภาค 2 เร่งคลี่คลายคดีทุนจีน อาวุธสงคราม และแก๊งสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา นำโดย นายสากล ภูลศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ที่ปรึกษา เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ เดินทางเข้าประชุมหารือร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมรอดบางยาง ชั้น 3 สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคม และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมีการหารือใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
ประเด็นแรก ติดตามคดีบุคคลสัญชาติจีนครอบครองอาวุธสงคราม โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี การเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร ถิ่นที่อยู่ พฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ และการขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ประเด็นที่สอง พิจารณาข้อร้องเรียนจากชมรมมิตรภาพ (Union Friendship Family) ที่ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กรณีเข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคลสัญชาติจีนและเมียนมา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ประเด็นที่สาม ติดตามข้อเท็จจริงกรณีนักท่องเที่ยวร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองพัทยาเรียกรับเงินสดระหว่างการเปรียบเทียบปรับ พร้อมออกใบเสร็จ ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

ด้าน นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและความโปร่งใส โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากตำรวจภูธรภาค 2 จะถูกนำไปประกอบการพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนของวุฒิสภาต่อไป
ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงความคืบหน้าของแต่ละคดีต่อคณะกรรมาธิการ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

ณพล บริบูรณ์ รายงาน