กมธ.กฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่เรือนจำพิเศษพัทยา ติดตามมาตรการดูแลผู้ต้องขังคดีสำคัญ พร้อมหนุนพัฒนาทักษะอาชีพคืนคนดีสู่สังคม
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00–11.30 น. คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา นำโดย พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ที่ปรึกษา เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและประชุมหารือร่วมกับ นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมเรือนจำพิเศษพัทยา จังหวัดชลบุรี
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ในการศึกษาข้อเท็จจริงและติดตามการดำเนินงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย การบริหารงานยุติธรรม และงานราชทัณฑ์ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การหารือมุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ มาตรการควบคุมดูแลผู้ต้องขังคดีสำคัญและผู้ต้องขังต่างชาติ โดยคณะกรรมาธิการได้รับฟังข้อมูลภาพรวมการบริหารจัดการของเรือนจำพิเศษพัทยา รวมถึงแนวทางการควบคุมดูแลผู้ต้องขังสัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องขังคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคม เพื่อให้การควบคุมตัวเป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐานความปลอดภัย และหลักสากล

อีกประเด็นคือ การพัฒนาพฤตินิสัยและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว โดยคณะกรรมาธิการได้เยี่ยมชมโครงการด้านการศึกษา การพัฒนาจิตใจ และการฝึกทักษะอาชีพในสาขาต่าง ๆ ที่เรือนจำจัดให้ผู้ต้องขัง เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพหลังพ้นโทษ
พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า งานราชทัณฑ์ถือเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการยุติธรรม การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกทั้งด้านการควบคุมผู้ต้องขังคดีสำคัญและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ซึ่งข้อเสนอแนะจากการศึกษาดูงานจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการของวุฒิสภา เพื่อสนับสนุนการยกระดับระบบราชทัณฑ์ไทยให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานยิ่งขึ้น

ด้าน นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน พร้อมยืนยันว่าเรือนจำจะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการพัฒนาพฤตินิสัยและศักยภาพของผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมในฐานะพลเมืองที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน